auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาสำคัญของเอกสารนี้คือหากจะมีการแก้หรือเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ด้วยประการใดๆ ควรจะมีการคิดกันว่าจะต้องบัญญัติอะไรบ้างให้มีการกระจายอำนาจและสนับสนุนให้ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยพบจุดลงตัวใหม่ ไปพ้นวิกฤตและความรุนแรง สามารถพัฒนาไปสู่ศานติสุขได้ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจในการเขียนรัฐธรรมนูญ ควรจะลงไปเรียนรู้กระบวนการชุมชนท้องถิ่นที่กำลังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ไม่ควรจะอยู่เฉพาะกับทฤษฎีแบบเดิมๆ เท่านั้นอีกต่อไป
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# จุดร่วม หากจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ท่ามกลางการต่อสู้ว่าควรจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ควร ผมไม่มีความประสงค์จะไปเข้าข้างใดข้างหนึ่ง แต่ถ้าหากจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ด้วยเหตุใดก็ตาม น่าจะนึกถึงว่าจะมีอะไรแปลกใหม่ไปจากเดิมอย่างสำคัญ เพราะของเดิมๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริงจัง ทำให้ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ซ้ำซากถึง ๑๘ ฉบับแล้ว จนมีผู้วิพากษ์ว่าลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) นี้มันไม่ได้ผลหรอก ซึ่งก็มีความจริงอยู่ไม่น้อย ## ๑. วัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกันของไทยทั้งชาติ มีผู้กล่าวว่าคนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกัน มีแต่วัตถุประสงค์ของบุคคล ของกลุ่ม ฝ่ายองค์กร สถาบัน แยกย่อยแตกต่างและขัดแย้งกันจึงไม่มีพลังร่วมที่จะออกจากวังวงของวิกฤตการณ์เรื้อรัง น่าจะถึงเวลาที่คนไทยทั้งชาติที่จะสร้างวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกัน จะได้ลดความแตกแยกและมีพลังที่จะร่วมกันออกจากวังวนของวิกฤตการณ์เรื้อรังที่ทำให้ชาติ เจ็บป่วยอ่อนเปลี้ยลงไปเรื่อยๆ และเสี่ยงต่อการเกิดมิคสัญญีกลียุค ต่อไปนี้จะขอนำเสนอตัวอย่างของวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกันของไทยทั้งชาติ ๘ ประการ ที่ได้มาจากการจับกระแสอารมณ์ความรู้สึกของสังคมและสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนี้ (๑) ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่ต้องการเผด็จการทุกรูปแบบ (๒) สังคมต้องมีความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ (๓) ระบบรัฐมีสมรรถนะสูง มีคอร์รัปชั่นต่ำ สามารถพัฒนาประเทศอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน (๔) ประเทศไทยสามารถอนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนจัดการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน (๕) ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งสันติภาพ (๖) คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์เสมอกัน สามารถรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ มีองค์กรจัดการของตนเอง เป็นสังคมเข้มแข็ง (๗) มีการกระจายอำนาจโดยทั่วถึงให้บุคคล ชุมชน ท้องถิ่น สามารถจัดการตนเองได้มากที่สุด เพื่อให้ฐานของประเทศแข็งแรง อันจะรองรับประเทศทั้งหมดให้มั่นคง -๑- (๘) ระบบต่างๆ ของประเทศ เช่น ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ ระบบความ ยุติธรรม ระบบการเมืองการปกครอง จะต้องเชื่อมโยงอย่างเกื้อหนุนระหว่างฐานกับยอดของ ประเทศ ฐานของประเทศคือชุมชน ท้องถิ่น ยอดของประเทศคือความเป็นธรรม ประดุจเป็น พระเจดีย์แห่งการพัฒนาประเทศไทยอันแสดงด้วยภาพ ดังข้างล่างนี้  ความเป็นธรรม ระบบต่างๆ ชุมชนท้องถิ่น ถ้าคนไทยทั้งมวลมีวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกันทั้ง ๘ ประการ จะเกิดพลังร่วมมหาศาลที่จะออกจากวัง วนของความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ ไปสู่ประเทศไทยที่มีศานติสุข และศานติธรรม ๒. การรวมศูนย์อำนาจการปกครองคือต้นตอของปัญหาทั้งปวง ประเทศไทยรวมศูนย์อำนาจการปกครองไว้ที่ส่วนกลางมาเป็นเวลากว่า ๑๐๐ ปี การต่อสู้ทางการเมืองใน รอบ ๘๐ ปี ที่ผ่านมาเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงผู้เข้ามามีอำนาจสูงสุดที่ส่วนบนเท่านั้น โดยไม่ได้ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์โดยสาระ คือเปลี่ยนผู้ถืออำนาจสูงสุดจากพระมหากษัตริย์ เป็น คณะราษฎร เป็นกองทัพ เป็นนักธุรกิจการเมือง แต่ระบบรัฐที่ปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจยังคงเดิม การ ปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเป็นต้นตอของปัญหานานาชนิด ดังต่อไปนี้ -๒- อำนาจการเมือง -> พระมหากษัตริย์ -> คณะราษฎร -> กองทัพ -> นักธุรกิจการเมือง ส่วนบนสุด ระบบรัฐรวมศูนย์อำนาจ (๑) ทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ ไม่สามารถจัดการเรื่องของตนเองได้ ทำให้ปัญหานานาชนิดพุ่งเข้า สู่ส่วนกลาง ซึ่งไม่สามารถรับมือได้ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล (๒) ทำให้ระบบรัฐมีสมรรถนะต่ำ เพราะใช้อำนาจมากแต่ใช้ปัญญาน้อย สมรรถนะต่ำแสดงให้เห็น ในความล้มเหลวที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ความยากจน ความอยุติธรรมในสังคม ความไม่ สามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและจัดการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ความ ไม่สามารถแก้ปัญหาความรุนแรงระบบรัฐที่มีสมรรถนะต่ำทำให้สะสมปัญหาต่างๆ มากขึ้น วิกฤตมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น อาจถึงขั้นรัฐล้มเหลว (Failed state) (๓) ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอำนาจร่วมศูนย์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย อาการของ ความขัดแย้งอย่างหนึ่ง คือความรุนแรงที่ชายแดนใต้ (๔) ทำให้มีคอร์รัปชั่นมาก อำนาจเข้มข้นที่ไหนคอร์รัปชั่นก็จะเข้มแข็งที่นั่น คอร์รัปชั่นเป็นปัญหา ใหญ่ที่กัดกินประเทศไทย และไม่เคยแก้ไขได้สักทีเพราะไม่ทำความเข้าใจต้นตอของปัญหา คือ การรวมศูนย์อำนาจ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ย้อนหลังไปร้อยกว่าปีเต็มไปด้วยคอร์รัปชั่น ประเภทโคตรโกง โกงทั้งโคตร เพราะปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจ ต่อมาเมื่อกระจายอำนาจ ไปสู่ท้องถิ่น ๒๖ องค์กรท้องถิ่น (Canton) ประชาชนสามารถเข้ามามีบทบาทโดยตรงและ ควบคุมโดยใกล้ชิด คอร์รัปชั่นก็หายไปกลายเป็นประเทศที่สงบสุขอย่างที่เรารู้จัก (๕) ทำให้มีการทุ่มทุนแย่งอำนาจทางการเมืองกันอย่างรุนแรง ในเมื่อการปกครองรวมศูนย์อำนาจ ใครได้อำนาจทางการเมืองจึงกินรวบหมดทั้งประเทศ ระบบอย่างนี้ทำให้มีการต่อสู้กันอย่าง รุนแรงทุกรูปแบบที่จะเข้ามามีอำนาจทางการเมือง รวมทั้งมีการทุ่มทุนมหาศาลเข้ามาใช้เพื่อ เอาชนะทางการเมือง ทำให้ระบอบประชาธิปไตยผิดเพี้ยนไปเป็นธนาธิปไตยเมื่อใช้ทุนมากก็ ต้องถอนทุนและแสดงกำไร การเมืองก็ด้อยคุณภาพและมีความขัดแย้งรุนแรง อันเป็นข้ออ้าง ของการทำรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า (๖) ทำให้เกิดรัฐประหารได้ง่าย เมื่ออำนาจร่วมศูนย์อยู่ก็ยึดอำนาจได้ง่าย แต่ยึดแล้วก็แก้ปัญหา ไม่ได้ การเมืองก็วนเวียนอยู่ในวงจรชั่วร้าย คือ "การเมืองด้อยคุณภาพ - รัฐประหาร - เขียน รัฐธรรมนูญใหม่ - เลือกตั้ง - รัฐประหารๆเพราะไม่ได้แก้ปัญหาที่รากฐานของเหตุปัจจัย หาก กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นโดยทั่วถึงก็ทำรัฐประหารไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปยึดอำนาจตรงไหน เพราะอำนาจกระจายไปหมดแล้ว ประเทศที่กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นทั้งหลาย ไม่มี รัฐประหาร -๓- (๗) ทำให้แก้ความยากจนและความอยุติธรรมทางสังคมไม่ได้ ความยากจนและความอยุติธรรมทางสังคม เป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไขได้ยาก หรือแก้ไม่ได้เลย เพราะโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม การรวมศูนย์อำนาจคือโครงอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังรวมศูนย์จะแก้ปัญหาความยากจนและความอยุติธรรมทางสังคมไม่ได้ ความขัดแย้งและความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นๆ จนวิกฤต การรวมศูนย์อำนาจคือต้นตอของปัญหาทั้งปวง คนไทยควรมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะกระจายอำนาจไปให้ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ๓.ชุมชนจัดการตนเอง - ท้องถิ่นจัดการตนเอง - จังหวัดจัดการตนเองเอง จุดลงตัวใหม่ประเทศไทย การรวมศูนย์อำนาจทำให้เกิดความเครียดในระบบ ปัญหาต่างๆ ๗ ประการที่กล่าวถึงในตอน ๒ บั่นทอน และทำให้เกิดความระส่ำระสายและความรุนแรงในประเทศไทย การกระจายอำนาจไปให้พื้นที่จัดการตนเอง กล่าวคือชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง จะลดความเครียดและความขัดแย้ง และเพิ่มสมรรถนะของประเทศ ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด จะจัดการกับปัญหาต่างๆ ไปได้ ๘๐-๙๐ % ส่วนกลางจะสามารถทำงานเชิงนโยบายได้ดีขึ้น การจัดการตนเองหมายถึงการจัดการพัฒนาอย่างบูรณาการและจัดการขับเคลื่อนนโยบาย ความร่วมเย็นเป็นสุขและยั่งยืนจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการพัฒนาอย่างบูรณาการและสมดุล การพัฒนาโดยเอากรมเป็นตัวตั้งพัฒนาอย่างบูรณาการไม่ได้เพราะกรมแยกเป็นเรื่องๆ ต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งจึงจะพัฒนาอย่างบูรณาการได้ คือพัฒนา เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย อย่างเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยพัฒนาโดยเอากรมเป็นตัวตั้งมาช้านาน จึงแยกส่วนบูรณาการไม่ได้ ถึงเวลาประเทศไทยจะต้องปรับใหม่เป็นพัฒนาโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง กรมปรับไปทำหน้าที่สนับสนุนเชิงวิชาการและนโยบาย เรามีหมู่บ้านประมาณ ๘๐,๐๐๐ และตำบลประมาณ ๘,๐๐๐ ชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศ เป็นฐานของประเทศ ถ้าฐานของประเทศเข้มแข็งก็จะรองรับประเทศทั้งหมดให้มั่นคง ประดุจตอกเสาเข็มประเทศไทย ระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข ยุติธรรม การเมืองการปกครอง ควรจะหันไปสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถจัดการตนเองได้มากที่สุด (ดูรูปพระเจดีย์แห่งการพัฒนาประเทศไทยข้างบน) ๔.พื้นที่จัดการตนเองจะถอดชนวนความรุนแรง ขณะนี้ประชาชนในจังหวัดต่างๆ กำลังดำเนินการเรื่องชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่จังหวัดอำเภออำนาจเจริญ ประชาชน ๑๕,๐๐๐ คน จากทุกตำบลมารวมตัวกันทำธรรมนูญการจัดการตนเองของอำนาจเจริญ ว่ามีกี่เรื่อง กี่ประเด็นที่ทุกภาคส่วนของ -๔- อำนาจเจริญจะนำไปขับเคลื่อนร่วมกัน ในการขับเคลื่อนเรื่องการจัดการตนเองของพื้นที่ ไม่ใช่พลังแตกแยก แต่เป็นพลังสามัคคี คือการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สานพลัง ๕ อย่างเข้ามาด้วยกัน คือ พลังทางสังคม พลังทาง ปัญญา พลังทางการจัดการ พลังทางสันติวิธี แกละพลังของความถูกต้อง ฉะนั้นการที่คนในพื้นที่รวมตัวกัน จัดการตนเอง เป็นการรวมตัวกันทางราบ จะถอดชนวนความรุนแรง อำนาจทางดิ่งที่เข้ามาจัดตั้งมวลชน จะทำให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นมิคสัญญีกลียุคได้ เพราะการแย่ง ชิงอำนาจรวมศูนย์ข้างบนนั้นรุนแรง ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการแย่งชิงอำนาจและต้องล้มตายลงอย่าง น่าสลดสังเวช การจัดการตนเองของพื้นที่ประชาชนจะรวมตัวกันเพื่ออำนาจของตัวเขาเองที่จะทำให้ชีวิตเขา ดีขึ้น นี่คือประชาธิปไตยที่แท้จริง นี่คือสันติวิธี ประเทศไทยมาอยู่ ณ ทางแพร่งแล้วระหว่างการเกิดมิคสัญญีกลียุค เพราะอำนาจทางดิ่ง กับการเกิด ศานติสุข เพราะกระจายอำนาจไปให้ประชาชนจัดการตนเอง มหาดไทยไม่ต้องไปกลัวว่าถ้าจังหวัดจัดการตนเองแล้ว ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะหายไป เพราะสามารถปรับเป็นข้าหลวง (Governor) ทำนองต่างพระเนตรพระกรรณ ทำหน้าที่กำกับดูแลให้เกิด ความถูกต้องในจังหวัดได้ ๕. ถ้าจุดร่วมของประเทศไทยคือกระจายอำนาจ และสนับสนุนให้พื้นที่จัดการตนเอง จะต้องบัญญัติอะไรไว้ ในรัฐธรรมนูญบ้าง ขณะนี้ประชาชนในจังหวัดต่างๆ เขาไม่ได้รอกฎหมายหรือรอรัฐธรรมนูญแต่เขาลงมือปฏิบัติเลย เรื่องชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง โดยถือหลักว่า "ทำความดีไม่ต้องขอ อนุมัติ" การจัดการตนเอง เป็นการก่อการดี ไม่ใช่ก่อการร้าย ถูกต้องตามหลักธรรมที่ว่า อตตา ทิ อตโนนาโถ และตามหลักอปริหานิยธรรม หรือธรรมะเพื่อความเจริญถ่ายเดียว แต่หากจะมีการแก้หรือเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ด้วยประการใดๆ ควรจะมีการคิดกันว่าจะต้อง บัญญัติอะไรบ้างให้มีการกระจายอำนาจและสนับสนุนให้ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัด จัดการตนเอง ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยพบจุดลงตัวใหม่ ไปพ้นวิกฤตและความรุนแรง สามารถ พัฒนาไปสู่ศานติสุขได้ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจในการเขียนรัฐธรรมนูญ ควรจะลงไปเรียนรู้กระบวนการชุมชน ท้องถิ่นที่กำลังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ไม่ควรจะอยู่เฉพาะกับทฤษฎีแบบเดิมๆ เท่านั้นอีกต่อไป -๕- PQET จุดร่วม หากจะมีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• รัฐธรรมนูญ
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้