auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาสำคัญของเอกสารฉบับนี้คือการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทย ณ บัดนี้มาถึงจุดวิกฤตแล้วหรือเปล่า ซึ่งถ้ายังต่อสู้กันเลยจุดนี้ไปจะเสียหายใหญ่โต เพราะว่าขณะนี้สองฝ่ายที่ต่อสู้กันอยู่ ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะอ้างความชอบธรรมใดๆ ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของฝ่ายตรงข้าม และสามารถต่อต้านได้
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ชัยชนะของคนไทยร่วมกันทั้งประเทศ ## ประเวศ วะสี (เขียนก่อนประกาศกฎอัยการศึก) ถ้าเราคิดทำอะไรๆแล้วมันวิกฤตจนไม่มีทางออก ถ้ายังคงคิดอย่างเดิมอีกก็คงจะออก จากวิกฤตไม่ได้ จะออกได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนวิธีคิด ## วิธีคิดแบบเดิมคือ การคิดเอาชนะคู่ต่อสู้ ฟังดูอาจจะรู้สึกว่าแปลก เพราะการต่อสู้ใดๆก็มีการคิดเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งสิ้น แต่ในการ ต่อสู้นั้นๆ บางครั้งเมื่อมาถึงจุดๆหนึ่ง อาจเรียกว่า "จุดวิกฤต" (Critical point) ถ้ายังต่อสู้ กันต่อไปเลยจุดวิกฤต กลับเสียหายใหญ่โต และไม่บรรลุผลในอุดมคติ ยกตัวอย่าง เช่น (๑) อินเดียต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากอังกฤษ อังกฤษนั้นผิดแน่ๆที่เข้ามายึดเอาอินเดียเป็น เมืองขึ้น และเคยยิงคนอินเดียที่ชุมนุมต่อต้านที่เมืองอมฤตสระตายหมดทุกคน แต่อังกฤษนั้น ทรงแสนยานุภาพอันเกรียงไกรยิ่ง ทั้งๆที่เกลียดอังกฤษแสนเกลียด เมื่อต่อสู้กับอังกฤษมาถึง จุดหนึ่ง ต้องพลิกกลับมาร่วมมือกัน เพื่อให้ได้อิสรภาพโดยผู้คนไม่ต้องล้มตาย เพราะถ้าไม่ เจรจากันด้วยดีอังกฤษก็อาจใช้พลังรบอันมหาศาลเข้าเช่นฆ่าคนอินเดีย (๒) ที่แอฟริกาใต้ คนขาวเข้ามาปกครองกดขี่คนดำและมีการเหยียดผิวอย่างรุนแรง คน แอฟริกันต่อสู้ เคยต่อสู้โดยใช้อาวุธด้วย เนลสัน แมนเดเล ผู้นำการต่อสู้ถูกจำคุก ๒๗ ปี คน ขาวไม่ยอมลงจากอำนาจเพราะกลัวคนผิวดำจะแก้แค้น ก็ค้ำยันกันอยู่อย่างนั้น ในที่สุดพลิก จากการต่อสู้เป็นความร่วมมือกัน ประเทศก็เป็นอิสระและมีประชาธิปไตย โดยคนดำกับคน ขาวก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อมา (๓) สงครามเวียดนาม คนเวียตนามต่อสู้กับอเมริกา คนเวียดนามตายไปกว่า ๒ ล้านคน ทหารอเมริกันตายไป ๕๐,๐๐๐ คน คนเวียดนามชนะในการรบแต่ไม่ได้หมายความว่า เอาชนะอเมริกา ซึ่งยังมีพลังรบและทรัพยากรอีกมหาศาลรวมทั้งมีระเบิดนิวเคลียร์ด้วย ทั้งๆ ที่เกลียดอเมริกันแสนเกลียด แต่เวียตนามก็ตกลงร่วมมือกับอเมริกา เมื่อมาถึงจุดๆหนึ่ง เพราะถ้ายังสู้รบเลยจุดนั้นไปจะเสียหายมาก ทำให้เกิดสันติภาพ รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองฝ่ายได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ เดี๋ยวนี้เวียตนามกับอเมริกาก็เป็นมิตรกัน การต่อสู้ก็มีเหตุปัจจัย หรือโครงสร้างของเหตุปัจจัยที่มาต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่โครงสร้างของเหตุปัจจัยที่ทำให้มาต่อสู้กันเป็นสภาวะที่ดำรงอยู่ชั่วคราว เมื่อผ่านไปคู่ต่อสู้ก็กลับเป็นมิตรกันได้ เช่น เยอรมันกับอเมริกัน เคยสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เดี๋ยวนี้ก็เป็นมิตรกันดี การต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทย ณ บัดนี้มาถึงจุดวิกฤตแล้วหรือเปล่า ซึ่งถ้ายังต่อสู้กันเลยจุดนี้ไปจะเสียหายใหญ่โต เพราะว่าขณะนี้สองฝ่ายที่ต่อสู้กันอยู่ ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะอ้างความชอบธรรมใด ๆ ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของฝ่ายตรงข้าม และสามารถต่อต้านได้ กล่าวคือ **ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล** ต้องการเอาชนะด้วยการเลือกตั้ง โดยอ้างความชอบธรรม เรื่องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ อีกข้างก็ไม่ยอมรับโดยอ้างว่าฝ่ายโน้นใช้กลไกการเลือกตั้งเข้ามาใช้อำนาจโกงกินและทำไม่ถูกต้องแบบเดิม ๆ และจะขัดขวางการเลือกตั้ง แม้ผิดกฎหมาย **ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล** ต้องการเอาชนะด้วยการมีนายกฯคนกลาง ไม่ว่าจะพลิกแพลงด้วยวิธีใด ๆ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ ถ้ามีการตั้งรัฐบาลนอกวิธีการเลือกตั้ง ฝ่ายต่อต้านก็จะต่อต้านทุกรูปแบบ รวมทั้งอาจใช้ความรุนแรงและทำสงครามใต้ดิน ความขัดแย้งรุนแรงต้องมีที่สิ้นสุด จะคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ไม่ได้ **เมื่อคิดเอาชนะกันผ่าทางต้นไม่ได้ ก็หันกลับมาร่วมมือกันเสีย** ถ้าทุกฝ่ายที่ขัดแย้งต่อสู้กันพลิกกลับมาเป็นร่วมมือกัน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ ทันที ร่วมมือกันทำได้หลายอย่าง เช่น (๑) ปรับปรุงกฎกติกา และกลไกการเลือกตั้ง แล้วมีการเลือกตั้ง (๒) หลังเลือกตั้งร่วมมือกันตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รวมตัวกันทุกภาคส่วนแก้ไขปรับปรุง ประเทศชาติบ้านเมือง ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนและยาก ยามยากต้องรวมตัวกัน หยุดแยก เป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านชั่วคราว สังคมตื่นตัวมากแล้ว สังคมจะทำหน้าที่ค้านได้ดีกว่าฝ่าย ค้านในรัฐสภาถ้ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง ที่จริงการแบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านอย่างตายตัว เป็นความคิดที่เชยแล้ว มีฐานมาจากความคิดที่ตายตัวและแยกส่วนไม่สอดคล้องกับ ธรรมชาติความเป็นจริง (พุทธธรรม) และวิทยาศาสตร์ใหม่ (๓) รัฐบาลและทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันปฏิรูปประเทศ โดยการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม โดยปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ สร้างพลังพลเมืองให้เป็นพลังที่ ขับเคลื่อนสังคมประชาธิปไตย มิใช่มีเพียงกลไกประชาธิปไตย กลไกประชาธิปไตยที่ ปราศจากพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตยไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ เราต้องสามารถลดความเหลื่อมล้ำลงให้ได้มากที่สุด ทั้งความเหลื่อมล้ำในศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพื่อบรรลุการเป็นสังคมแห่งความเสมอ ภาค ภารดรภาพ และสมรรถภาพ ต่างๆเหล่านี้ เป็นต้น (๔) ท่ามกลางวิกฤตทางการเมืองมีสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นคือ ทุกฝ่ายมีความเห็น ตรงกันว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่โดยจะเรียกว่าปฏิรูปประเทศไทยหรือไม่ก็ ตาม คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ตรงกัน มีแต่วัตถุประสงค์ของปัจเจกบุคคล ของกลุ่ม ของ พวก ของพรรค ขององค์กร ของสถาบัน ซึ่งต่างและทอนกำลังกัน เพิ่งมีครั้งนี้ที่เห็นตรงกัน ว่า ต้องปฏิรูปประเทศไทย เมื่อเห็นตรงกันและมีการร่วมมือกัน ก็จะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ คนไทย ที่จะสร้างประเทศที่มีความเจริญอย่างแท้จริง อาจถึงขั้นเป็นยุคศรีอาริยะตามคำ ทำนาย (๕) วิกฤตจึงเป็นโอกาส ถ้าคนไทยรู้จักใช้โอกาสนี้ จะเป็นชัยชนะของคนไทยร่วมกันทั้ง ประเทศ ทุกฝ่ายจะสามารถพลิกกลับมารวมตัวกันดังกล่าวได้อย่างไร ได้เพราะเหตุปัจจัยอย่าง ใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) เกิดจิตสำนึกว่ายามวิกฤตต้องรวมตัวกัน แม้แต่ตัวอมีบาซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว ยามวิกฤตมันยังรวมตัวกัน (๒) สังคมกดดันหรือมีประชามติให้รวมตัวกัน (๓) กองทัพบังคับให้รวมตัวกัน (๔) พระสยามเทวาธิราช การเกิดจากจิตสำนึกกับเจตนารมณ์ของสังคมถือเป็นดีที่สุด PCET ชัยชนะของคนไทยร่วมกัน ทั้งประเทศ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สงคราม
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้