auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ปฏิรูปสังคม สังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับสภาพที่อำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้มแข็ง อำนาจสังคมอ่อนแอ อำนาจในบ้านเมืองไม่ได้ดุล การใช้ทรัพยากรของชาติก็ไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมของการใช้ทรัพยากรเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง และแก้ไขไม่ได้ตราบใดที่สังคมยังอ่อนแอ ฉะนั้นระเบียบวาระแห่งชาติคือการเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างอำนาจในบ้านเมือง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ปฏิรูปสังคม ## สังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ ### ประเวศ วะสี ๑. สังคมเข้มแข็งเป็นพลังอำนาจที่ ๓ ในบ้านเมือง พลังอำนาจในบ้านเมืองมี ๓ อย่างคือ (๑.) **อำนาจรัฐ** หรือ รัฏฐานุภาพ (๒.) **อำนาจเงิน** หรือ ธนานุภาพ (๓.) **อำนาจสังคม** หรือ สังคมานุภาพ ที่จริงพลังอำนาจ สังคมมีมาก่อนมีระบบรัฐและระบบเงิน เริ่มจากสัตว์ เช่น หมาใน ค้นพบว่าถ้ามันรวมตัวล่าสัตว์ร่วมกัน มันมีพลังอำนาจที่สามารถล้มสัตว์ที่ใหญ่กว่าตัวมันได้ ขณะที่ถ้ามันทำการตามลำพังเป็นปัจเจกสัตว์มันไม่สามารถทำได้ นั่นคืออำนาจทางสังคมหรือ **อำนาจแห่งการทำการร่วมกัน** มนุษย์ดึกดำบรรพ์ก็ค้นพบเช่นเดียวกันว่าถ้ารวมกันเป็นกลุ่มทำการได้ดีกว่าเดี่ยวๆ การอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเกษตรกรรมก็เป็นสังคมที่มีพลังรักษาความมั่นคง ชุมชนจึงเป็นสังคมที่ยั่งยืนมา ๑๐,๐๐๐ ปี ต่อมาอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจวิชาการ (ที่ไม่เข้าใจเรื่องชุมชน) ทำให้ความเป็นชุมชนแตกสลาย สังคมปัจจุบันซับซ้อนและยาก อำนาจรัฐและอำนาจเงิน ท่ามกลางสังคมอ่อนแอ บ้านเมืองไม่มีทางลงตัว เพราะขาดความสมดุลของอำนาจ การเสียสมดุลทำให้เจ็บป่วยและวิกฤต ร่างกายของเราความเจ็บป่วยทุกชนิดเกิดจากการเสียสมดุล บ้านเมืองเสียสมดุลก็เจ็บป่วย ๒. **เพิ่มพลังอำนาจทางสังคม เพื่อความสมดุลในบ้านเมือง** ตามกฎทางฟิสิกส์อะไรที่มีมวลหนาแน่นก็จะมีแรงดึงดูดเข้าสู่ตัวมันมาก ในสภาพที่อำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้มแข็ง อำนาจสังคมอ่อนแอ อำนาจในบ้านเมืองไม่ได้ดุล การใช้ทรัพยากรของชาติก็ไม่เป็นธรรม (รูป ก.) ความไม่เป็นธรรมของการใช้ทรัพยากรเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง และแก้ไขไม่ได้ตราบใดที่สังคมยังอ่อนแอ ฉะนั้นระเบียบวาระแห่งชาติคือการเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างอำนาจในบ้านเมือง (ก) สังคมอ่อนแอ อำนาจเสียดุล การใช้ทรัพยากรไม่เป็นธรรม (ข) สังคมเข้มแข็ง อำนาจสมดุล การใช้ทรัพยากรเป็นธรรม อันเป็นปัจจัยให้มีการใช้ทรัพยากรของชาติอย่างเป็นธรรม การใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมเป็นปัจจัย ซึ่งขาดของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ๓. ตัวอย่างของสังคมเข้มแข็งกับความถูกต้องเป็นธรรม ตัวอย่างมีมากมาย เช่น (๑) โจรปล้นควายมีไม่กี่คน ถ้าชาวบ้านไม่รวมตัวกันเป็นสังคมเข้มแข็ง โจรก็ทำร้ายชาวบ้าน ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าชาวบ้านรวมตัวกันเป็นสังคมเข้มแข็งโจรก็ทำร้ายชาวบ้านไม่ได้ (๒) ที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ชาวประมงที่ยากจนเดือดร้อนมาก เพราะการให้สัมปทานป่า ชายเลน และเรือประมงขนาดใหญ่ใช้อวนลากอวนรุนเข้ามากวาดทรัพยากรชายฝั่งไปหมด อย่างผิดกฎหมาย ชาวบ้านไปร้องเรียนทางราชการและขอร้องเจ้าของเรือประมงขนาด ใหญ่ อำนาจรัฐและอำนาจเงินก็ไม่ฟัง ต่อมาชาวบ้านรวมตัวกันด้วยความสนับสนุนของ สมาคมหยาดฝน สามารถรักษาทรัพยากรชายฝั่งอันดามัน ขยายตัวออกไปจากสิเกา เมื่อ อนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ ชาวบ้านก็ไม่อดอยากยากแค้นอีกต่อไป (๓) คนลักลอบตัดไม้มีเงินและมีปืน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่มีทางรักษาป่าได้ คนดีๆก็ถูกฆ่าตาย หรือฆ่าตัวตาย เช่น คุณสืบ นาคะเสถียร แต่เมื่อผู้ลักลอบตัดไม้ขึ้นไปจะตัดไม้ที่ดอยสาม หมื่น จังหวัดเชียงใหม่ เจอชาวบ้านรวมตัวกันอยู่ ๑,๐๐๐ คน ก็ไม่สามารถกระทำได้ การ รวมตัวกันเป็นสังคมเข้มแข็งสามารถยุติความไม่ถูกต้องได้ ชุมชนหลายแห่งได้รวมตัวกัน รักษาป่าไว้ได้ที่เรียกว่าป่าชุมชน (๔) ตำบลหัวงัม ตำบลดอนแก้ว ตำบลหนองสาหร่าย ฯลฯ กับการเป็นสังคมเข้มแข็ง มีชุมชนท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันเต็มพื้นที่แทนที่จะอยู่แบบตัวใครตัวมัน แล้วสามารถสร้างสังคมศานติสุข บางแห่งก็มีศานติสุขประดุจสวรรค์บนดิน สวรรค์บนดินเกิดจากสังคมเข้มแข็ง (๕) ความยุติธรรมชุมชน กระทรวงยุติธรรมสมัย ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ เป็นปลัดส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมชุมชน ระบบความยุติธรรมที่เป็นทางการเป็นความยุติธรรมทางดิ่ง หรือความยุติธรรมสายอำนาจ คือ ตำรวจจับ อัยการส่งฟ้อง ศาลตัดสิน ระบบนี้คนจนยากที่จะได้รับความยุติธรรม ความยุติธรรมชุมชนหมายถึง ความยุติธรรมที่เกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำระหว่างตำรวจ ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ครู พระ เป็นกระบวนการทางสังคม ที่ผลออกดีมาก เกิดความรักกันมาก ชาวบ้านก็รักตำรวจ เป็น win-win นี่ก็เกิดจากสังคมเข้มแข็ง (๖) ที่ประเทศอิตาลี ตอนเหนือกับตอนใต้ไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ตอนเหนือเศรษฐกิจดี การเมืองดี ศีลธรรมดี ตอนใต้ตรงข้าม การวิจัยพบว่าตอนเหนือสังคมเข้มแข็ง ตอนใต้สังคมอ่อนแอ สรุปว่าสังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี รัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ (๗) เครือข่ายแพทย์นานาชาติเพื่อป้องกันสงครามนิวเคลียร์ (International Physicians for the Prevention of Nuclear War) มีสมาชิกหลายหมื่นคนเคลื่อนไหวป้องกันสงครามนิวเคลียร์ ได้รับรางวัลโนเบลด้านสันติภาพ นี่ก็เป็นการรวมตัวกันของประชาชนเฉพาะประเด็น อาจเรียกว่า P4P (People for Peace) ลำพังรัฐอาจสร้างสันติภาพไม่ได้ หรือนำไปสู่สงคราม บทบาทของภาคประชาชนที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ เป็นสังคมเข้มแข็ง เพื่อสันติภาพ ควรจะมีความสำคัญมากขึ้น ฯลฯ ๔. อปริหานิยธรรม (ธรรมะเพื่อความเจริญถ่ายเดียว)-ธรรมะเพื่อสังคมเข้มแข็ง เมื่อพระบรมศาสดาประทับที่เขาคิชกูฏเป็นครั้งสุดท้าย หมวดธรรมะที่ทรงนำมาสอนมากที่สุดคือ อปริหานิยธรรม ซึ่งเป็นอันเดียวกับวัชชีธรรม และแปลกกันว่าธรรมมะเพื่อความเจริญถ่ายเดียว ตามรูปศัพท์ อปริหานิย แปลว่าเพื่อความไม่ฉิบหาย จาก ๒ ข้อแรกที่ว่า (๑) หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ (๒) พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกระทำกิจที่พึงทำก็เห็นได้ชัดเจนว่านี่คือธรรมะแห่งการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำหรือธรรมะเพื่อสังคมเข้มแข็ง พระบรมศาสดาตรัสถึงคุณเป็นอันมากของอปริหานิยธรรมหรือธรรมะเพื่อสังคมเข้มแข็ง ๕. สังคมเข้มแข็งอยู่บนหลักการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนไทยทุกคน ชาติจะเข้มแข็งต่อเมื่อมีหลักคิดที่ถูกต้อง สังคมไทยอ่อนแอเพราะติดอยู่ในมายาคติต่างๆที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรีชาติจะเข้มแข็งและมั่นคงได้อย่างไร การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันได้แปลว่าเราก้าวข้ามมายาคติต่างๆที่ว่านั้นไป มีความเคารพความเป็นคนของกันและกัน จึงมารวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันได้ด้วยความเสมอภาคและภารดรภาพ เมื่อเกิดการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำจึงเป็นการปลดปล่อยผู้คนออกจากมายาคติและความเห็นแก่ตัว ไปสู่เสรีภาพ ความเสมอภาค และภารดรภาพ จึงเกิดความสุขอย่างลึกล้ำที่นักจิตวิทยาอเมริกันคนหนึ่งใช้คำว่า เกิดความสุขประดุจบรรลุนิพพาน การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำจึงเป็นบ่อเกิดของความสุขและความสำเร็จ พระบรมศาสดาจึงทรงเรียกว่าเป็นธรรมะเพื่อความเจริญถ่ายเดียว สมควรที่จะเกิดขึ้นทั่วแผ่นดินไทย นี่คือการปฏิรูปสังคม ๖. ปฏิรูปสังคม ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และทุกเรื่อง การสร้างสังคมเข้มแข็งควรเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ โดยส่งเสริมให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง * ในทุกพื้นที่ นั่นคือกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น ให้คนในทุกพื้นที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สร้างชุมชนเข้มแข็ง ท้องถิ่นเข้มแข็ง ทั่วประเทศ * ในทุกองค์กร ในองค์กรทุกชนิด รวมทั้งมหาวิทยาลัย และองค์กรทางศาสนา ล้วนใช้อำนาจทางดิ่งในการปกครอง ทำให้ขาดความสุขและความสร้างสรรค์ ควรส่งเสริมให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำทางราบ ตามกลุ่มงาน เกิดความเป็นชุมชนแห่งการปฏิบัติ ความเป็นชุมชนหรือสังคมเข้มแข็งในองค์กรทำให้เกิดความสุขและความสำเร็จสูง * ในทุกเรื่อง เรื่องต่างๆในปัจจุบันมักซับซ้อนและยากในเรื่องที่ซับซ้อนการใช้อำนาจทางดิ่งได้ผล น้อยลงๆ ควรส่งเสริมให้มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สันติภาพ ฯลฯ เมื่อมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง สังคมก็เปลี่ยนรูปไป โดยสิ้นเชิง คือเปลี่ยนจากรูปสังคมทางดิ่งที่ใช้อำนาจ ไปสู่สังคมทางราบที่ใช้การเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค ภราดรภาพ สามัคคีธรรม ทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี โดยที่สังคม เปลี่ยนรูปไปโดยสิ้นเชิงจึงเรียกว่าการปฏิรูปสังคม ๗. การส่งเสริมสังคมเข้มแข็งโดยภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคการสื่อสาร ในเมื่อการ ปฏิรูปสังคม เพื่อสังคมเข้มแข็งเป็นระเบียบวาระแห่งชาติทุกภาคส่วนก็ต้องทำหน้าที่ส่งเสริม ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาคการสื่อสาร มีพลังมากถ้าเข้ามาส่งเสริมก็จะเกิดการปฏิรูปสังคมได้เร็ว และดีขึ้น ที่จริงภาคการพระศาสนาควรจะเข้ามาส่งเสริมการปฏิบัติตามอปริหานิยธรรม แต่การพระ ศาสนาก็อ่อนแอมาก เพราะรวมศูนย์อำนาจทางดิ่งมานาน ระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่มาก ถ้าไม่เอาแต่มุ่งสอนท่องวิชา แต่เน้นที่ชีวิตจริงปฏิบัติจริง จากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในเรื่องต่างๆ และร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ก็จะสร้าง พลังพลเมืองขึ้นมาเต็มประเทศ พลังพลเมืองเป็นส่วนประกอบของสังคมเข้มแข็ง รัฐบาลและสังคมต้อง ช่วยกันปรับระบบการศึกษาที่อยู่นอกสังคม ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสังคม ไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ร่วม แก้ปัญหา เพราะเอาวิชาเป็นตัวตั้ง มาเป็นระบบการศึกษาที่อยู่ในสังคม โดยเอาสังคมเป็นตัวตั้ง ประเทศก็จะเข้มแข็งโดยรวดเร็ว ๘. ออกพระราชบัญญัติปฏิรูปสังคม ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจมีเครื่องมือเชิงสถาบันเพียบ เช่น กฎหมาย สถาบันการศึกษา องค์กรทางการเงิน ภาคสังคมเกือบไม่มีเครื่องมือเชิงสถาบันเลย ในการ ปฏิรูปสังคมคราวนี้ ควรออก **พรบ. ปฏิรูปสังคม** เพื่อทำความเข้าใจ กำหนดบทบาทและหน้าที่ของ องค์กรต่างๆและสร้างเครื่องมือเชิงสถาบันที่จะส่งเสริมการสร้างสังคมเข้มแข็งเป็นการถาวร ใน **พรบ. นี้ควรบัญญัติการตั้ง "กองทุนสันติประชาธรรม"** เป็นกองทุนอิสระที่มีฐานะทางกฎหมาย มีเงินมาก พอสมควร เพราะมีภารกิจที่จะต้องทำมากในการส่งเสริมสังคมเข้มแข็งและนวัตกรรมทางสังคม การตั้ง ชื่อว่า "กองทุนสันติประชาธรรม" เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ รัตนบุรุษผู้ซื่อสัตย์ และรักความเป็นธรรมในแผ่นดินไทย PGET ปฏิรูปสังคม สังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาด อนาคตของประเทศ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
20% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
20% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้