auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ประเทศไทยหลังมหาวิกฤต ปฏิรูปอะไร ปฏิจจสมุปปบาทแห่งวิกฤตชาติ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับปฏิจจสมุปปบาท (ปะติดจะสะหมุบปะบาด) หมายถึงความเป็นเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่องกันทำให้เกิดความทุกข์

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ประเทศไทยหลังมหาวิกฤต ## ปฏิรูปอะไร ### ปฏิจจสมุปบาทแห่งวิกฤตชาติ เมื่อตอนที่แล้วว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทยกำลังเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ และ เสนอแนะให้ทุกภาคส่วนร่วมปฏิรูป เพราะถ้ามีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในเรื่องของส่วนรวมทั่ว ทุกพื้นที่ของสังคมก็จะเป็นการปฏิรูปไปในตัว คือปฏิรูปจากสังคมทางดิ่งเป็นสังคมทางราบ ฉะนั้นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปควรจะต่อเนื่องยาวนาน เลยอายุของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพราะกระบวนการปฏิรูปโดยประชาชนคือการปฏิรูป ขอให้ ช่วยกันตรงข้อนี้กันไว้ให้ดีๆ คำถามต่อไปก็คือปฏิรูปอะไร สปช. กำหนดเรื่องที่จะปฏิรูปไว้ ๑๑ เรื่อง ก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เห็นภาพรวมแห่งความเชื่อมโยงของเหตุปัจจัยให้ชัดขึ้น เพื่อเป็นพลังแห่งความเข้าใจ (Power of understanding) ในตอนนี้จะเขียนเรื่อง ปฏิจจสมุปบาทแห่งวิกฤตชาติ ปฏิจจสมุปบาท (ปะติดจะสะหมุบปะบาด) หมายถึงความเป็นเหตุปัจจัยที่หนุน เนื่องกันทำให้เกิดความทุกข์ เราฟังพระสวดอยู่แทบทุกวัน แต่เราไม่เข้าใจเอง คือตอนที่ตั้งต้น ว่า อวิชชา ปัจจยา สังขารา อวิชชา หรือความไม่รู้ ความไร้ปัญญา เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร แล้วท่านก็ต่อๆไปอีก ๑๑ ขั้นตอนว่าอะไรทำให้เกิดอะไร อะไรทำให้เกิดอะไร จนเกิดเป็น ความทุกข์ขึ้น หลักคิดทางพุทธเรื่องกระแสของเหตุปัจจัย หรือความเป็นเหตุเป็นผลมีความเป็น วิทยาศาสตร์อย่างยิ่งและมีพลังอย่างยิ่ง วันหลังผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ หรือความเป็นเหตุเป็นผลทางพุทธนี้ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์ ทีนี้เราลองมามองปฏิจจสมุปบาทแห่งวิกฤตชาติดูให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุ ปัจจัยต่างๆ ๑. อวิชชาและความประมาท อวิชชาคือความไม่รู้ หรือการขาดปัญญา หรือการตกอยู่ใน โมหมูมิไม่เข้าใจสภาพความเป็นจริง สาเหตุ อะไรดีอะไรไม่ดี และมรรควิธีในการออก จากทุกข์หรือวิกฤต ความประมาทคือความไม่ โลกทัศน์ ๒ วิธีคิด จิตสำนึก แก้ปัญหา ความยากจน ไม่ได้ ๖ ระบบเศรษฐกิจ แบบผิด ๆ ความเหลื่อมล้ำ ๕ ระบบการสื่อสาร ที่ไม่ใช้ สัมมาวาจา ๓ สัมพันธภาพ เชิงอำนาจ ๔ ระบบการศึกษา แบบผิด ๆ ๗ ความทุกข์ และ วิกฤตชาติ เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ดี ศีลธรรมไม่ดี ความเหลื่อมล้ำ ขาดความเป็นธรรม ความรุนแรง สังคมทางดิ่ง ระบบรัฐ รวมศูนย์อำนาจ การเมืองเรื่องอำนาจ และผลประโยชน์ รูปที่ ๘ ปฏิจจสมุปบาทแห่งวิกฤตชาติ ตื่นตัวที่จะเรียนรู้ ความทอดหุ่ย อันเป็นกรรมเก่า เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์มีภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้คนไทยไม่ตื่นตัว ระแวดระวังภัย ตื่นตัว เรียนรู้ จัดการแก้ปัญหา ตกอยู่ในความประมาท ความประมาททำให้มีอวิชชามากขึ้น อวิชชาก็ทำให้ประมาทมากขึ้น อวิชชาและความประมาทจึงเป็นปัจจัยหนุนส่งซึ่งกัน และกัน ทำให้วิกฤตและออกจากวิกฤตไม่ได้ ๒. โลกทัศน์ วิธีคิด จิตสำนึก เพราะอวิชชาและความประมาท ทำให้จิตของคนไทยมีขนาดเล็กไม่โตตามตัวของสังคม สังคมปัจจุบันเติบโตเชื่อมโยงและซับซ้อน แต่จิตของคนไทยยังเล็ก เห็นแคบๆตื้นๆ แยกส่วน คือเห็นแก่ตัวและพวกพ้องเพียงกลุ่มเล็กๆ ไม่เห็นทั้งหมดและทำเพื่อทั้งหมด การเห็นแบบแยกส่วนและทำแบบแยกส่วนจะนำไปสู่วิกฤตเสมอ ๓. สัมพันธภาพเชิงอำนาจ เพราะอวิชชาและจิตเล็กทำให้สัมพันธภาพในสังคมไทยเป็นสัมพันธภาพเชิงอำนาจ สัมพันธภาพเชิงอำนาจทำให้เกิด ๓.๑ สังคมทางดิ่ง (Vertical society) ที่ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี ๓.๒ ระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจ ที่ทำให้เกิดปัญหาเกือบทุกชนิดในประเทศไทย เช่น ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ ความขัดแย้งระหว่างอำนาจร่วมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ความรุนแรงที่ภาคใต้ ระบบราชการไม่มีปัญหาที่จะแก้ปัญหายากๆ เพราะเป็นระบบอำนาจมากกว่าระบบปัญญา คอร์รัปชั่นสูง การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองรุนแรง เพราะใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศ ทำรัฐประหารได้ง่าย ๓.๓ ระบบการเมืองที่มีคุณภาพต่ำ เพราะสนใจเรื่องอำนาจและเงินทุน ๔. ระบบการศึกษาผิด ๆ เพราะอวิชชาจึงจัดระบบการศึกษาผิดๆ ที่เน้นแต่การท่องวิชาเท่านั้น ไม่ศึกษาจากความเป็นจริง จึงทำให้ไม่รู้จักประเทศไทยเมื่อไม่รู้ความจริงของประเทศไทยก็ทำให้ถูกต้องไม่ได้ ไม่ใช่การศึกษาเข้าแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การศึกษาจะต้องสร้างวิธีคิดและจิตสำนึกใหม่ สร้างพลังพลเมืองเพื่อการสร้างสังคมทางราบ สร้างระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง การศึกษาที่ผิดๆ เป็นปัจจัยให้มีอวิชชามากขึ้น และไม่สามารถหลุดออกจากสภาวะวิกฤต ๕. ระบบการสื่อสารที่ไม่ใช้สัมมาวาจา ระบบการสื่อสารที่ดีจะทำให้สังคมเกิดปัญญาพากันออกจากวิกฤตได้ สัมมาวาจาหมายถึง (๑) จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มามีที่อ้างอิง (๒) พูดเป็นปิยวาจา ไม่พูดเสียดสี ยุยงให้เกิดความแตกแยก หรือเกลียดชัง (๓) พูดถูกกาลเทศะ (๔) พูดแล้วเกิดประโยชน์ หากมีการสื่อสารด้วยสัมมาวาจา สังคมก็จะมีปัญญามากขึ้น แต่การสื่อสารใน สังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างบุคคล หรือสื่อสารมวลชน หรือ โซเชียลมีเดียห่างไกล จากการเป็นสัมมาวาจา เช่นใช้ความจริงน้อย อาจพูดส่อเสียด ถากถาง ยุยง เสี้ยม ใส่ ความ ไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมและประโยชน์ ทั้งนี้เพราะอวิชชา ความมีจิตเล็ก โครงสร้างเชิงอำนาจ การไม่สื่อสารด้วยสัมมาวาจาทำให้มีอวิชชามากขึ้น และไม่หลุด จากภาวะวิกฤตได้ ๖. ระบบเศรษฐกิจที่ผิด ๆ ระบบเศรษฐกิจที่ผิดๆทำให้แก้ความยากจนไม่ได้ เกิดความ เหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมโหฬาร ระบบเศรษฐกิจที่ผิดๆเกิดจากอวิชชาอันเกิดจากการศึกษาแบบท่องวิชา แต่ไม่รู้จัก ความจริงของดินของแผ่นดินไทย การท่องวิชาที่ถ่ายทอดมาจากตะวันตก และการไป เรียนต่อในประเทศตะวันตก ก็ติดเอาความคิดแบบตะวันตกเข้ามาใช้โดยไม่เข้าใจความ จริงของแผ่นดินไทยทำให้แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ได้ ภูมิประเทศของเมืองหนาวกับของประเทศไทยไม่เหมือนกัน ทำให้ฐานทาง เศรษฐกิจต่างกัน เมืองหนาวนั้นธรรมชาติขาดแคลน คนเมืองหนาวจึงต้องไปปล้นหรือ แย่งชิงจากดินแดนที่อุดมสมบูรณ์กว่าเอามากินเอามาใช้ ดังที่ชาวยุโรปเมื่อมีอำนาจ ทางอาวุธขึ้นก็ไปยึดดินแดนประเทศต่างๆทั่วโลกเป็นอาณานิคม เพื่อแย่งชิงทรัพยากร ของเขาเอาไปกินไปใช้ในบ้านเมืองของตน โดยก่อให้เกิดการทำลายฐานทางทรัพยากร และทางวัฒนธรรมของประเทศอาณานิคม ระบบเศรษฐกิจแบบตะวันตกจึงมีฐาน อยู่ที่การแย่งชิง ประเทศไทยเป็นเขตร้อนซุ่มชื่น ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แบบทรัพย์ในดินสินใน น้ำ ระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นระบบเศรษฐกิจฐานทรัพยากร คนไทยได้วิธีคิด แบบอาณานิคม ก็เอาระบบเศรษฐกิจแบบแย่งชิงเข้ามาใช้กับคนไทยด้วยกันเอง ก็ให้ เกิดการทำลายฐานทรัพยากร และฐานทางวัฒนธรรม แบบที่ประเทศมหาอำนาจกับ อาณานิคม ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ยากจนลงหมดเนื้อหมดตัว คนส่วนน้อยรวยขึ้น เกิด ความเหลื่อมล้ำขนาดหนัก นำไปสู่ปัญหาทางสังคมและการเมืองอย่างแก้ไม่ไหว ๗. ความทุกข์และวิกฤตชาติ เหตุปัจจัยต่างๆดังกล่าวข้างต้นเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็น ลูกโซ่แห่งความทุกข์ ส่งผลให้เกิดเป็นความทุกข์และวิกฤตชาติ เช่นแก้ไขความยากจน ไม่ได้ เกิดความเหลื่อมล้ำขนาดหนัก ไม่สามารถอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ระบบรัฐมีสมรรถนะต่ำ แต่คอร์รัปชั่นสูง ไม่มีความสามารถจะ แก้ปัญหาของประเทศชาติได้ มีความขัดแย้งและความรุนแรงเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยไม่ สามารถเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤตได้ เหล่านี้คือ ทุกขโทมนัสอุปายาสของชาติ เพราะมีห่วงโซ่ของเหตุปัจจัย ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท อันเริ่มต้นด้วยอวิชชา ในการปฏิรูปประเทศไทย บางท่านกล่าวว่า ปฏิรูปการเมืองให้ดีอย่างเดียวแล้ว ทุกอย่างจะดีเอง ลองหันไปดูรูปที่ ๘ ให้เห็นปัจจัยต่างๆที่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ ก่อให้เกิดวิกฤตชาติ แล้วจะเข้าใจว่า ทำไมปฏิรูปการเมืองอย่างเดียวจึงไม่ได้ผล จริงอยู่ การเมืองไม่ดีส่งผลร้ายแรงต่อประเทศชาติ แต่การเมืองไม่ดีก็เป็นปลายเหตุอย่างหนึ่ง คือ หัวข้อ ๓.๓ ในรูปที่ ๘ ซึ่งต้องแก้ไขเหตุปัจจัยอื่นๆด้วย การเมืองจึงจะดี คราวหน้าจะขยายความเหตุปัจจัยต่างๆอีกบ้างพอสมควร เพื่อจะเห็นแนว ทางการปฏิรูปในเรื่องต่างๆ PQET ประเทศไทยหลังมหาวิกฤต ปฏิรูปอะไร ปฏิจฉสมุปบาทแห่งวิกฤตชาติ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
ปฏิรูปการศึกษา 2560: •รากของวิกฤต •ปฏิรูปอะไร •ปฏิรูปอย่างไร
14% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
7% Match
คุยกับผู้อ่าน : การปรับทัศนะทางการแพทย์และสาธารณสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 141 เดือนมกราคม พ.ศ. 2534)
6% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

history_eduหัวเรื่อง

• ประเทศไทย

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้