auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้คือเนื้อหาที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสีได้กล่าวปาถกฐาว่าด้วยเรื่อง “R2R เครื่องมือ เสริมพลัง สร้างคุณภาพ สู่สุขภาวะ”
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "R2R เครื่องมือ เสริมพลัง สร้างคุณภาพ สู่สุขภาวะ" โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี "R2R เครื่องมือ เสริมพลัง สร้างคุณภาพ สู่สุขภาวะ" ประเวศ วะสี ๑. Routine คือ value งานประจำ คือ คุณค่า คำว่า "รูตีน" หรือ งานประจำฟังดูเป็นของน่าเบื่อและด้อยคุณค่า แต่ถ้าพิจารณาครุ่นคิดให้ลึกซึ้งหรือใช้ โยนิโสมนสิการ งานประจำมีคุณค่าอย่างยิ่ง งานประจำในแวดวงของเราคือ การบริการผู้ป่วย ด้วยความปรารถนาที่จะลดทุกข์และสร้างสุข หรือ ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ อันเป็นฐานที่สูงส่ง (Noble) อย่างยิ่ง ลองพิจารณาดูในโลกนี้มีผู้ที่ประกอบอาชีพโดยการเอาเปรียบผู้อื่นบ้าง ทำให้ผู้อื่นจนลงบ้าง ทำให้ผู้อื่น โง่ลงบ้าง ทำให้ผู้อื่นเสียสุขภาพหรือเสียชีวิตบ้าง แล้วหันมาดูงานประจำของการบริการหรือการเยียวยาผู้ป่วย ซึ่งเป็นการทำให้เพื่อนมนุษย์ดีขึ้น ก็จะ เห็นว่าเป็นเรื่องสูงส่งเพียงใด ยิ่งทำให้เพื่อนมนุษย์ดีขึ้นเป็นประจำ ไม่ใช่ครั้งเดียวหรือชั่วครั้งชั่วคราว งาน ประจำนี้ก็ยิ่งมีคุณค่าสูงส่งมากขึ้น อาชีพหลายอย่างเกี่ยวกับคนเฉพาะบางคน หรือคนส่วนน้อย เช่น คนบางคนตลอดชีวิตอาจจะไม่เคย ต้องพึ่งบริการของทนายความเลย แต่การบริการสุขภาพเกี่ยวกับชีวิตของคนทุกคน ตั้งแต่ครรภ์มารดา จนถึงเชิงตะกอน เพราะฉะนั้น งานประจำในการบริการสุขภาพจึงมีฐานใหญ่มากที่ครอบคลุมประชาชนทั้งมวล เกี่ยวข้องกับประโยชน์สุขของมหาชนหรือคนทั้งหมด แล้วจะว่างานประจำไม่สำคัญและไม่มีคุณค่าได้อย่างไร ความสำนึกในคุณค่าทำให้ไม่น่าเบื่อ ตรงข้าม ความดื่มด่ำในคุณค่าจะทำให้เกิดความปิติทั้งเนื้อทั้งตัว มีพลัง มีความสุข อายุยืน แบบที่พระท่านให้พรว่า อายุ วัณโณ สุขัง พลัง นั้นแล ยิ่งเราทำด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ในความเป็นมนุษย์ มนุษย์มีศักยภาพสูงสุดในด้านต่างๆ ด้าน หนึ่งคือ ศักยภาพที่มีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์อย่างสุดๆ อย่างที่ท่านเรียกว่าเป็น สภาวะโพธิสัตว์ คือ หวังช่วยให้เพื่อนมนุษย์จำนวนมากพ้นทุกข์ กระแสแห่งความเมตตากรุณาจะแผ่ไปยัง ผู้ป่วย ญาติ และเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความปิติสุข โรคหายง่ายขึ้น และคนทั้งหลายเกิดศรัทธาในความดี ว่าความดีมีจริง การที่คนทั้งหลายเกิดศรัทธาในความดี จะเป็นเครื่องมือเปลี่ยนโลก งานประจำในการบริการสุขภาพ เมื่อทำด้วยดีแล้ว เป็นเครื่องมือเปลี่ยนโลกได้ หรือเยียวยาโลก (Heal The World) ได้ แล้วใครจะว่างานประจำไม่สำคัญ ยิ่งกว่านั้น ถ้าผู้ทำงานประจำนั้นๆ พยายามปรับปรุงให้การบริการผู้ป่วยมีความถูกต้องยิ่งขึ้น คุณภาพ ของบริการดียิ่งๆ ขึ้น ผู้ป่วยมีความปลอดภัยมากขึ้น และทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ทั้งผู้ป่วยของ โรงพยาบาล และของรัฐ ย่อมมีผลดีต่อทุกฝ่าย รวมทั้งต่อตัวผู้ปฏิบัติเอง นี้เป็นที่มาของการวิจัยในงาน ประจำ ๒. Research หรือ การวิจัยในงานประจำมีผลใหญ่ การวิจัยในงานประจำในที่นี้หมายถึงกระบวนการทางปัญญาที่ทำให้การบริการผู้ป่วยได้ผลดีขึ้น ผู้ป่วยมีความปลอดภัยมากขึ้น และมีการประหยัดค่าใช้จ่ายลง หรือพูดอย่างง่ายๆ ว่า Good Health at Low Cost ภาษาทางเศรษฐศาสตร์ก็ว่าบริการที่ cost-effective หรือได้ผลคุ้มค่า หรือว่าเราจะทำงานประจำคือ ให้บริการไปพลาง ใช้ปัญญาไปพลาง ทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น บุคลากรเหนื่อยน้อยลง ประหยัดค่าใช้จ่ายลง **จุดสำคัญอยู่ที่การตั้งคำถาม** ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี่ดีจริงหรือเปล่า จำเป็นหรือไม่ มีวิธีอื่นที่ได้ผลคุ้มค่ากว่าหรือไม่ มีตัวอย่างเล็กๆ แต่ชัดเจน นานมาแล้วที่โรงพยาบาลเชียงรายมีแพทย์ที่รักษาเด็กที่เป็นโรคปอดบวม ซึ่งตามปรกติที่ปฏิบัตินอกจากถ่ายภาพรังสีปอดครั้งแรกเพื่อวินิจฉัยแล้ว ยังถ่ายซ้ำอีกหลายครั้งเพื่อติดตามความก้าวหน้า มีการตั้งคำถามว่าที่ถ่ายภาพรังสีซ้ำอีกหลายครั้งกับการไม่ถ่ายซ้ำเพียงติดตาม มีผลต่อการหายของผู้ป่วยต่างกันหรือไม่ ปรากฏว่าไม่ต่าง แสดงว่าที่ถ่ายภาพรังสีซ้ำอีกหลายครั้งนั้นไม่จำเป็น ลำบากแก่คนไข้ เป็นความเหนื่อยแก่บุคลากร และมีความสิ้นเปลือง โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรกับคนไข้เพิ่มขึ้น ถ้ามีการวิจัยการให้ผลคุ้มค่าของวิธีการวินิจฉัยโรค และการรักษา จะทำให้ประหยัดชีวิตและประหยัดค่าใช้จ่ายลงเป็นอันมาก เพราะการตรวจรักษาบางเรื่องก็เป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วย เช่น ในสหรัฐอเมริกาพบว่า การตรวจ PSA เพื่อคัดกรองหามะเร็งต่อมลูกหมากให้ผลไม่คุ้มค่า และเป็นเหตุให้คนอเมริกาเสียชีวิตโดยไม่จำเป็นจากมาตรการที่ตามมาประมาณปีละ 5,000 คน ในสหรัฐอเมริกามีรายงานว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพปีหนึ่งตกประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ และจากจำนวนนี้อย่างน้อย 1/3 คือ 800,000 ล้านดอลลาร์ ใช้ไปในการรักษาที่ไม่ได้ผล ถ้ามีการวิจัยการรักษาที่ถูกต้องจะประหยัดไปได้ อย่างมโหฬารเพียงใด **การวิจัยในงานประจำจึงมีผลใหญ่** เพราะงานประจำมีขนาดใหญ่คือ ครอบคลุมการบริการทั้งประเทศ การวิจัยที่ทำให้งานประจำดีขึ้นจึงมีผลใหญ่มาก ในขณะที่งานวิจัยที่ดูวิจิตรบางอย่างมีผลเล็กมาก 1. ผลใหญ่ 3 เส้าของงานวิจัยในงานประจำ ผล3 เส้าของงานวิจัยในงานประจำสรุปในรูปที่ 1 คือ (1) ผลต่อการบริการ (2) ผลต่อประชาชน (3) ผลต่อผู้ให้บริการ  **ผลต่อการบริการ** - การวินิจฉัยดีขึ้น - คุณภาพ - การรักษามีคุณภาพมากขึ้น - เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ **ผลต่อประชาชน** - ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพ - ประหยัดเงินและลดความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วย - ประหยัดค่าใช้จ่ายของบุคคล/ครอบครัว **ผลต่อผู้ให้บริการ** - เกิดศรัทธาในความน่าเชื่อถือ - เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน - ปรับตัวให้เข้ากับบริบทการปฏิบัติงาน - ลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ การเรียนรู้ร่วมกันในทีม เกิดความสุข อันประณีต รูปที่ 1 ผลกระทบ 3 เส้าของการวิจัยในงานประจำ สำหรับผลต่อการบริการและต่อประชาชนได้กล่าวไปแล้ว ในที่นี้จะขยายความผลต่อผู้ให้บริการ การวิจัยในงานประจำจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่ต่อผู้ให้บริการ กล่าวคือ ก. เกิดปัญหา ที่ทำให้ทำงานได้ผลดีขึ้น ข. เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning throughaction) ในการบริการผู้ป่วยนั้นมี บุคลากรหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง เช่น แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด เภสัชกร และอื่นๆ ในงานประจำธรรมดาอาจต่างคนต่างทำไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน แต่งานวิจัยใน งานประจำนั้นทำให้เกิดความมุ่งมั่นร่วมกัน โดยถือประโยชน์สุขของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง ทำให้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน ในการปฏิบัติ การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการเรียนรู้ในสถานการณ์ จริงให้ได้ผลจริง การวิจัยในงานประจำเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ควรจะสังเกตความหมาย หมายข้อนี้ให้ดี การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติจะทำให้สามารถฝ่าความยากทุกชนิด และจะก่อให้เกิดสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง คือ เกิดความเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust) ความเชื่อถือไว้วางใจ กันก่อให้เกิดความสุขและความสำเร็จยิ่งเพิ่มความปิติ ค. การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติก่อให้เกิดสัมพันธภาพใหม่ คือ ความเคารพในความเป็นมนุษย์ของกันและ กัน เกิดความเสมอภาค ภราดรภาพและสามัคคีธรรม สัมพันธภาพใหม่นี้ที่แท้คือ ศีลธรรม อันเป็นที่พึง ปรารถนาในสังคมอุดมคติ ที่ไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เกิดขึ้นในการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในการวิจัยในงาน ประจำ ง. การวิจัยในงานประจำจึงเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ใน ตัวบุคคล และในองค์กร ซึ่งถ้าทำกันมากขึ้นก็จะมีผลต่อไปถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในระดับสังคม การวิจัยในงานประจำจึงใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นเรื่องที่มีผลใหญ่ มีประโยชน์ใหญ่ ถึงขั้นก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานได้ทั้ง 3 ระดับ คือ * ระดับบุคคล (Personal transformation) * ระดับองค์กร (Organizational transformation) * ระดับสังคม (Social transformation) สมกับความเชื่อที่ว่าการรักษาผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์สามารถนำไปอยู่การเยียวยาโลก (Heal the World) ได้ 2. งานประจำเป็นวิถีชีวิต - การวิจัยเป็นวิถีชีวิต งานเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ชีวิตต้องมีการทำงาน งานประจำจึงเป็นวิถีชีวิต ถ้างานประจำมีส่วนทำให้ เพื่อนมนุษย์ดีขึ้น เช่น สุขภาพดีขึ้น หรือฉลาดขึ้น งานนั้นก็เป็นสิ่งประเสริฐ วิถีชีวิตนั้นก็เป็นวิถีชีวิตที่ประเสริฐ การวิจัยเป็นธรรมชาติของสมองอยู่แล้ว สมองเป็นโครงสร้างที่วิจิตรที่สุดในจักรวาล สามารถเรียนรู้ ให้บรรลุอะไรได้ เราทุกคนมีสิ่งที่มีค่าที่สุดคือ สมองของเรา ตามธรรมชาติ สมองจะรับรู้ สิ่งต่างๆ จากรอบตัวโดยทางตา หู จมูก ลิ้น กาย แล้วนำสิ่งที่รับรู้มา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ว่ามันคืออะไร เกิดจากอะไร อะไรดี อะไรไม่ดี ทำอย่างไรจะได้ผลดี แล้วลงมือทำเมื่อทำ ไปแล้วก็ติดตามดูว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล เพราะเหตุใด ถ้าจะทำอีกจะทำอย่างไรจึงจะได้ผลดีกว่าเดิม ............ นี่คือ การวิจัย และถ้ากระบวนการนี้ซ้ำรอบแล้วรอบเล่า งานประจำนั้นก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ อะไรจะวิเศษอย่างนั้น ในเมื่องานประจำเป็นวิถีชีวิต การวิจัยในงานประจำก็เป็นวิถีชีวิต และถ้างานประจำนั้นคือ การบริการ ผู้ป่วยเป็นงานที่ทำให้เพื่อนมนุษย์ดีขึ้น และการวิจัยทำให้การทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น วิถีชีวิตของงาน ประจำและการวิจัยก็เป็นวิถีชีวิตที่ประเสริฐ งานประจำมีอยู่เต็มประเทศ ในขณะที่งานวิจัย (ที่มาใช้ในงานประจำ) มีอยู่น้อยนิด แต่ถ้ามีการวิจัยใน งานประจำทุกหนทุกแห่งก็จะมีงานวิจัยเต็มประเทศ งานประจำไม่ได้มีแต่บริการสุขภาพ ยังมีงานประเภทอื่นๆ อีก เช่น การเรียนการสอนและอื่นๆ ถ้างานประจำทุกประเภทมีงานวิจัยไปด้วย ก็จะมีการวิจัยเต็มประเทศ การวิจัยกลายเป็นวิถีชีวิตของคนทุกคน เมื่อการวิจัยกลายเป็นวิถีชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น สิ่งที่สาธยายมาในตอน ก่อน 3. อนุโมทนากถา R2R R2R เริ่มต้นที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดังที่มามีการสัมมนา ใหญ่ระดับชาติอยู่ ณ บัดนี้ เพราะมีผู้เห็นคุณค่าและมีความสุขที่ได้ร่วมทำในสิ่งที่มีคุณค่า อะไรที่มีคุณค่าและ ให้ความปิติสุขอย่างลึกล้ำที่ได้ทำเรื่องดีๆ สิ่งนั้นจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงไม่เป็นการแปลกใจที่เรื่อง R2R ได้รับความนิยมและขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง ขอให้ช่วยกันขยายเรื่องการวิจัยในงานประจำให้เต็มพื้นที่ การบริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพ ให้งานประจำเป็นวิถีชีวิตและการวิจัยเป็นวิถีชีวิต ถ้าบรรลุถึงขั้นนั้นจะเกิด การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของคนทั้งมวลและสังคม เรื่องนี้ต้องถือเป็นการพัฒนานโยบายที่มีผลกระทบกว้าง ตามปรกติมหาวิทยาลัยจะจำกัดตัวเองอยู่กับ การทำงานทางเทคนิค ตามความชำนาญเฉพาะของนักวิชาการแต่ละคน ไม่ทำงานพัฒนานโยบาย นโยบายไม่ อยู่ที่นักการเมืองเท่านั้น ซึ่งถ้านโยบายไม่ดีมีผลเสียหายต่อประเทศเหลือคณานับ การที่สถาบันอย่างศิริราชจะทำหรือไม่ทำอะไร มีความหมายต่อประเทศมาก การที่โรงเรียนแพทย์ อย่าง ศิริราชริเริ่มและส่งเสริมให้ R2R ขยายไปในระบบบริการเป็นเรื่องที่น่าชมเชยยิ่ง และควรจะเป็น ตัวอย่างว่า ถ้ามหาวิทยาลัยทำงานพัฒนานโยบายแล้วย่อมเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติได้อย่าง มหาศาล ตามปรกติของดีๆ เกิดขึ้นได้ยากในประเทศไทย ตรงข้ามกับสิ่งไม่ดี R2R เป็นของดีอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ควรแต่เพียงชื่นชมกันเท่านั้น แต่ควรศึกษาว่ามีเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดความสำเร็จ เพื่อจะนำความรู้ที่ ได้ไปปฏิบัติการให้ความดีต่างๆ เกิดขึ้นเต็มประเทศไทยของเรา PCET “R2R เครื่องมือ เสริมพลัง สร้างคุณภาพ สู่สุขภาวะ” ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
23 July 2014
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• งาน
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
23 July 2014
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้