auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ระบบการศึกษา : ระบบควบคุมหรือระบบส่งเสริมความงอกงาม

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ ประเวศ วะสี จัดทำเอ กสารเรื่อง ระบบการศึกษา : ระบบควบคุมหรือระบบส่งเสริมความงอกงาม วิพากษ์การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ของหลักสูตรวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการเรียกร้องกับ สกอเปรียบเทียบการทำงานสมองส่วนหน้า กับสมองส่วนหลัง เชื่อมโยงกับภาพรวมของสังคมไทยที่ล่าหลัง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

ระบบการศึกษา ระบบควบคุมหรือระบบส่งเสริมความงอกงาม ประเวศ วะสี เหตุเกิดที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีประท้วงด้วยการยื่นใบลาออกและนักศึกษาไปประท้วงที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ด้วยการบรรเลงดนตรีที่มีคนเรียกว่าการประท้วงที่ไพเราะที่สุด ความขัดแย้งระหว่างวิทยาลัยดุริยางคศิลป์กับ สกอ. เป็นเรื่องการรับรองหลักสูตรวิทยาลัยต้องการให้เรียกปริญญาของหลักสูตรว่าดุริยางคศาสตร์บัณฑิต แต่ สกอ. ไม่อนุมัติ การไม่ผ่านการอนุมัติของ สกอ. มีผลลามไปถึงการรับรองหลักสูตรโดย กพ. มีผลทำให้บัณฑิตที่จบตามหลักสูตรนี้ไม่สามารถบรรจุเข้ารับราชการโดยได้รับเงินเดือนตามอัตราที่ควรจะได้ ถ้าเรียกปริญญานี้ว่าดุริยางคศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยคิดว่าวิทยาลัยรู้ดีกว่า สกอ. และคิดว่า สกอ. ใช้อำนาจโดยไม่รู้ การศึกษากับระบบที่ใช้กับการศึกษาเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน และเป็นต้นเหตุของความอ่อนแอของการศึกษาไทยที่แก้เท่าไรๆก็แก้ไม่ตก เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ การศึกษาเป็นระบบของความงอกงามอย่างหลากหลาย แต่ระบบราชการเป็นระบบของการควบคุม เมื่อเอาระบบการควบคุมมาใช้กับการศึกษาความงอกงามก็ไม่บังเกิดสมกับที่เป็นการศึกษา การศึกษานั้นควรจะเป็นการกระตุ้นสมองส่วนหน้า แต่การควบคุมนั้นกระตุ้นสมองส่วนหลัง สมองส่วนหลังนั้นเป็นสมองสัตว์เลื่อยคลาน (Reptilian brain) มีหน้าที่เกี่ยวกับความอยู่รอด เช่น การกิน การสืบพันธุ์ การต่อสู้ การหลบภัย การทำร้ายสัตว์อื่น หรือคนอื่น สมองส่วนหน้า (Neo-cortex) เป็นสมองมนุษย์ทำหน้าที่เกี่ยวกับสติปัญญาขั้นสูง จินตนาการ วิจารณญาน ศีลธรรม ถ้าผู้เรียนรู้มีอิสระที่จะจินตนาการ ที่จะเลือกเรียนรู้อย่างหลากหลายได้ทดลองของใหม่ๆ จะกระตุ้นสมองส่วนหน้าให้เจริญ มีสติปัญญาสูง มีวิจารณญาน มีความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ (Empathy) มีจิตใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ (Altruism) มีศีลธรรม การถูกควบคุมจะไปกระตุ้นสมองส่วนหลังซึ่งเป็นสมองสัตว์เลื่อยคลานทำให้ขาดจินตนาการ (ตะกวดไม่มีจินตนาการ) ขาดสติปัญญา ขาดวิจารณญาน ขาดศีลธรรม มีความหยาบและการทำร้ายกันสูง การที่คนไทยเป็นอย่างนี้ๆ ก็เพราะเราอยู่ในระบบอำนาจแบบ top down ทุกแห่งหน พ่อแม่ก็ top down กับลูก ครูก็ top down กับนักเรียน เจ้านายก็ top down กับลูกน้อง ระบบการศึกษาก็ใช้ระบบราชการซึ่งเป็นระบบควบคุมมากกว่าระบบส่งเสริมความงอกงาม จึงไม่แปลกที่สังคมไทยเป็นสังคมที่ใช้สมองส่วนหลังมากเกิน และใช้สมองส่วนหน้าน้อยเกิน การต่อสู้ทางการเมืองเป็นตัวอย่างของการใช้สมองส่วนหลัง ในการใช้สมองส่วนหลังนั้นจะไม่คำนึงถึงความจริงและศีลธรรม แต่มุ่งเอาชนะอย่างเดียว การต่อสู้กันโดยไม่ใช้ความจริงและศีลธรรม ทำให้สังคมแบบราบขาดความสูงส่งทางคุณค่าหรือจิตวิญญาณ สังคมที่ขาดคุณค่าของความดีงามเป็นสังคมที่น่ากลัวยิ่งนัก เนื่องจากระบบการศึกษาไทยเป็นระบบการควบคุม กระทรวงศึกษาธิการจึงหนักอึ้งรกรุงรังไปด้วย เครื่องมือในการควบคุม การกำหนดมาตรฐานต่างๆก็คือการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงกำหนด การกำหนดชื่อปริญญา กำหนดอัตราเงินเดือน กำหนดตัวชี้วัด ล้วนเป็นการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐาน การควบคุมทำให้เกิดความบีบคั้น ความขัดแย้ง และความไม่งอกงามอย่างหลากหลาย มนุษย์นั้นไม่มี ใครสองคนในโลกที่เหมือนกันแม้แต่ฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน ควรจะมีโอกาสงอกงามหลากหลายแตกต่างกัน การ พัฒนามนุษย์ไม่ใช่การหล่อหลอมให้ออกจากเป้าเดียวกันเหมือนการปั๊มขวดปั๊มกระป๋องออกมาจากโรงงาน การศึกษาไม่ใช่การหล่อหลอมให้เหมือนกันแต่เป็นการส่งเสริมความงอกงามอย่างหลากหลายจึงไม่ควร มีมาตรฐานเดียวหรือตัวชี้วัดเดียวที่ใช้ทั่วไปหมด ซึ่งจะไปทำลายความงอกงามอย่างหลากหลาย ถ้าระบบการศึกษาจะเป็นระบบการส่งเสริมความงอกงามแล้ว ไซร้จะเบาสบาย สวยสดงดงาม สร้างสรรค์ และประหยัดกว่าปัจจุบันนี้มาก กล่าวคือ ส่งเสริมให้บุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน องค์กรต่างๆ มีอิสระ ในการจัดการการเรียนรู้อย่างหลากหลาย ตามความต้องการของบุคคล ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรต่างๆ จะเกิด จินตนาการใหม่ๆ ความริเริ่มใหม่ๆ ความสร้างสรรค์ใหม่ๆ อย่างหลากหลาย มีความยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ต่างๆ จะเกิดนวัตกรรมการเรียนรู้เต็มแผ่นดิน ความหลากหลายของจินตนาการและนวัตกรรมการเรียนรู้เป็น ความงามที่ก่อให้เกิดความปิติสุขแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในระบบการศึกษาที่ส่งเสริมความงอกงามอย่างหลากหลาย กระทรวงศึกษาธิการไม่เหมือนเดิม น้ำหนัก จะไปอยู่ที่ครูมากกว่าผู้บริหาร(ควบคุม) การศึกษา ครูที่ส่งเสริมการเรียนรู้และร่วมเรียนรู้จะกลายเป็นครูที่เก่ง ครู ที่ใช้อำนาจจะเป็นครูที่ไม่เก่ง เราก็ได้แต่ร้องว่าครูไม่เก่งๆ โดยไม่เปลี่ยนระบบอำนาจ กระทรวงศึกษาธิการจะมี ขนาดเล็กลง เหมือนในประเทศที่เจริญทั้งหลาย และปรับบทบาทจากผู้ควบคุมกลายเป็นผู้สนับสนุนเชิงนโยบาย และเชิงวิชาการ การที่จะสนับสนุนทางนโยบายและทางวิชาการได้ ตัวเองจะต้องเก่ง ถ้ามีอำนาจและใช้อำนาจ ตัวเองก็ไม่ต้องเก่งและจะไม่เก่ง กระทรวงศึกษาธิการในรูปแบบใหม่จะไปติดตามชื่นชมความงอกงามอย่าง หลากหลาย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดให้งดงามและดียิ่งๆขึ้นไป คนทั้งประเทศจะถูกปลดปล่อยไป เป็นอิสระและพัฒนาอย่างหลากหลายเต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ประเทศไทยจะเข้มแข็งขึ้น ในท้ายที่สุดผมขออาราธนาอาจารย์สุกรี เจริญสุข อย่าไปโกรธใครเลย ไม่ว่าจะเป็นหมอวิจารณ์หรือ ใครอื่น เพราะในระบบการควบคุมทุกคนล้วนตกอยู่ภายใต้ความบีบคั้น ขอให้อาจารย์สุกรีและคณะจงบรรเลง เพลงปฏิรูประบบการศึกษาไทยให้กระหึ่มไปทั้งประเทศ ประเทศไทยพยายามปฏิรูปการศึกษามาด้วยวิธีต่างๆ มากแล้วแต่ไม่สำเร็จ การใช้ดนตรีปฏิรูปอาจสำเร็จ เพราะเมื่อผู้คนได้ฟังดนตรีแล้วจะมีความสุข เมื่อมีความสุข แล้วสมองจะดี เรียนรู้เรื่องที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น ถึงเวลาประเทศไทยจะต้องเข้าเกียร์ใหม่ เปลี่ยนจากเกียร์ใช้สมองส่วนหลัง ไปใช้เกียร์สมองส่วนหน้า หรือสมองแห่งความเป็นมนุษย์ซึ่งทำให้เกิดจินตนาการ สติปัญญาที่ลึกซึ้ง มีวิจารณญาณ มีสุนทรียธรรม และมี ศีลธรรม ด้วยการปรับระบบการศึกษา จากระบบการควบคุมไปเป็นระบบส่งเสริมความงอกงามอย่างหลากหลาย PQET # ระบบการศึกษา : ระบบควบคุมหรือระบบส่งเสริม ความงอกงาม ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
28% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
19% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
13% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การศึกษาขั้นอุดมศึกษา

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้