auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
ศ . นพ. ประเวศ วะสี ได้เขียนคำนำ เรื่อง รายงานการวิจัย 40 ปี : สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร บัณฑิตอาสาสมัคร ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ 42 ประวัติความเป็นมา และการดำงานในภาพรวมของอนาคตบัณฑิตจิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# รายงานการวิจัย ๔๐ ปี สำนักบัณฑิตศาสตร์ ## คำนำ สิ่งสำคัญที่สุดของมนุษยชาติ คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม วิกฤตการณ์ของโลกในปัจจุบัน คือ วิกฤตการณ์แห่งการอยู่ร่วมกัน เพราะไม่ได้เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง แต่เอาเงินหรือกำไรสูงสุดเป็นตัวตั้ง โครงการ บัณฑิตอาสาสมัคร ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ ๔๒ ปีมาแล้ว ริเริ่มโดยอาจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภาภรณ์ ผู้นำทางปัญญาและทางศีลธรรมด้วยการเล็งเห็นการณ์ไกล ว่าบัณฑิตจะมีแต่ความรู้ทางวิชาอย่างเดียวหาพอไม่ ควรจะต้องมีประสบการณ์สัมผัสความจริงของชีวิตของเพื่อนมนุษย์ในชนบทเพื่อการเกิดขึ้นของปัญญาและหัวใจของความเป็นมนุษย์ เพื่อการอยู่ร่วมกัน ใน ๔๐ ปีที่ผ่านไป ท่ามกลางกระแสอันเชี่ยวกรากของการพัฒนาด้วยอารยธรรมวัตถุนิยมบริโภคนิยมเงินนิยม โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร ซึ่งกลายมาเป็นสำนักบัณฑิตอาสาสมัครในปัจจุบัน ได้ส่งคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ออกไปทำงานในชนบทประมาณ ๑,๐๐๐ คน บัณฑิตอาสาเหล่านี้หลายคนได้มีบทบาทในการเป็นผู้นำ ความคิดเกี่ยวกับการพัฒนา เป็นแสงสว่างให้ผู้คนมากหลายมองเห็นทาง เช่น คุณเดช พุ่มคชา อดีตบัณฑิตอาสา ที่พร่ำบอกว่า "คนไทยครับคำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน" คุณเตือนใจ ดีเทศน์ ไปใช้ชีวิตกับชาวเขาบนภูเขาที่เชียงราย ได้นำเอาประสบการณ์และปัญญามาเผยแพร่และผลักดันการพัฒนาในฐานะวุฒิสมาชิกบ้าง และในฐานะสตรีนักพัฒนาคนสำคัญ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตบัณฑิตอาสาสมัคร อีกคนหนึ่งได้นำประสบการณ์และปัญญาไปใช้ในฐานะต่างๆ เช่น ส.ส. รัฐมนตรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนแห่งชาติ ฯลฯ เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า กระแสการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในปัจจุบัน งานบัณฑิตอาสาสมัครมีส่วนช่วยกระตุ้นไม่ใช่น้อย รศ.สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผู้อำนวยการสำนึกบัณฑิตอาสาสมัครคนปัจจุบันได้ริเริ่มให้ทำรายงานการวิจัย ๔๐ ปี สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมา กิจกรรม วิวัฒนาการ และผลกระทบของงานบัณฑิตอาสาสมัคร บันทึกไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ของพหุชน ในเวลา ๔๐ ปีผ่านไป อารยธรรมวัตถุนิยมบริโภคนิยมได้พาโลกไปสู่วิกฤตการณ์มากขึ้น ในทุกๆมิติ ทั้งในตัวมนุษย์เอง สังคม และสิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อนซึ่งกำลังก่อให้เกิดทายนภัยรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ลมพายุรุนแรง น้ำท่วมฉับพลัน ความแห้งแล้งและไฟป่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด จนคุกคามความอยู่รอดของมนุษยชาติ ก็เกิดจากอารยธรรมบริโภคนิยมที่เกินเลยที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการมุ่งกำไรสูงสุด ท่ามกลางวิกฤตอารยธรรม เช่นนี้ ผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ตระหนักรู้ว่าต้องเปลี่ยนวิถีคิดและวิถีการพัฒนา จาก มุ่งกำไรสูงสุดไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล สปิริตแห่งการเป็นอาสาสมัครเป็นพลังขับเคลื่อนอารยธรรม ใหม่แห่งการอยู่ร่วมกัน งานของสำนักบัณฑิตอาสาสมัครเป็นงานที่มองล่วงหน้ามาทะดักอนาคต แห่งจุดเปลี่ยนทางอารย ธรรม คำถามคือเมื่อมีประสบการณ์มา ๔๒ ปี แล้วนี้อนาคตต่อแต่นี้ไปจะเปลี่ยนแปลงทิศทางการทำงาน อย่างไรหรือไม่ ผมคิดว่าทิศทางอนาคตของสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร คือ เอาประสบการณ์มาทำนโยบาย โดยตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไร สิ่งที่เรารู้ว่าดีจะเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ" คน ๕-๖ คน ที่มีประสบการณ์ มี ปัญญา มีพลังจิตสำนึกอย่างแรงกล้า สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ด้วยการทำงานเชิงนโยบาย ผมขอเสนอแนะวิธีทำงาน ๒-๓ อย่างดังต่อไปนี้ ๑. เชิญศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา ที่ทำงานดีๆ ประมาณ ๒๐ คน มาประชุมกันเดือนละ ๑ ครั้ง อาจเรียกว่า "เวที ศิษย์เก่าบัณฑิตอาสา" เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะเกิดความคิดดีๆ ขึ้นเป็นอันมาก ที่ไปสู่นโยบาย และการปฏิบัติ ๒. นโยบายที่สำคัญที่ควรจะเกิดขึ้น คือ นิสิตนักศึกษาไปทำงานในชุมชนระดับหมู่บ้าน หมู่บ้านทั้งหมดมี ประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน นิสิตนักศึกษามีหลายแสนคน ถ้านักศึกษาประมาณ ๕ คน ไปทำงานใน หมู่บ้าน (นโยบาย ๕ ต่อ ๑) ทุกหมู่บ้าน และมีวิธีทำงานที่ถูกต้อง ประเทศไทยจะเปลี่ยนภายใน ๖ เดือน กล่าวคือ (๑) นักศึกษาไปอยู่กับชาวบ้านในหมู่บ้าน จะทำให้เข้าใจชีวิตและสังคมของคนข้างล่าง เกิดความรักและ เคารพศักดิ์ศรีในความเป็นคนของชาวบ้าน การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่าง เท่าเทียมกันโดยเฉพาะของคนเล็กคนน้อย คนยากจนจนคือศีลธรรมพื้นฐานของสังคม ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งดี งามต่างๆ เช่น ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม ศีลธรรมสร้างได้ยากด้วยการ สอน แต่ถ้านักศึกษาไปอยู่กับชาวบ้านจะเกิดศีลธรรมจริยธรรมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จึงเป็นสิ่งที่ มหาวิทยาลัยทั้งหมดควรทำ (๒) นักศึกษาสามารถไปร่วมทำแผนชุมชนและขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนนักศึกษาจะได้เรียนรู้ กระบวนการชุมชนจากการปฏิบัติ และนักศึกษาจะเป็นตัวเชื่อมกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญต่างๆใน มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชุมชน เมื่อชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะหาย จน และเกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการเกิดสังคมศานติสุข สังคมศานติสุขสามารถเกิดได้เต็มแผ่นดิน (๓) ในแต่ละหมู่บ้านมีประชากรประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน นักศึกษา ๕ คน สามารถคุยกับชาวบ้านทีละ คนๆ ได้ครบทุกคน เพื่อให้รู้ว่าแต่ละคนมีความรู้ความชำนาญด้านใดบ้าง เช่น บางคนทำกับข้าวเก่ง บาง คนทำขนมเก่ง บางคนแต่งกลอนเก่ง บางคนไกล่เกลี่ยความขัดแย้งเก่ง ฯลฯ โดยถือว่าทุกคนเป็นคนเก่ง ในทางที่ต่างกัน และมีความรู้บางอย่างอยู่ในตัว ความรู้เหล่านี้มีคุณค่าและมีประโยชน์ ถ้าทุกมหาวิทยาลัยทำอย่างนี้ เราจะมีข้อมูลคนไทยทุกคนในทุกหมู่บ้าน อาจเรียกว่าเป็นแผนที่ มนุษย์ (Human mapping) จะเป็นฐานข้อมูลที่ยิ่งใหญ่และมีประโยชน์มาก กล่าวคือ การที่นักศึกษาที่ เป็นคนรุ่นใหม่ไปนั่งคุยกับชาวบ้านและเห็นคุณค่าความรู้ที่มีอยู่ในตัวชาวบ้าน จะทำให้ประชาชน ทั้งหมดมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถ้าเราเคารพเฉพาะความรู้ในตำราคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเกียรติ คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ แต่ถ้าเคารพความรู้ในตัวคน คนทั้งหมดจะมีเกียรติ ประเทศที่คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ ประเทศจะมั่นคงได้อย่างไร การทำให้คนทั้งหมดมีเกียรติ จึงมีความหมายใหญ่ และทำได้โดยให้นักศึกษาไปเรียนรู้จากชาวบ้าน ข้อมูลว่าใครเก่งเรื่องอะไรบ้างเมื่อเผยแพร่ออกไปจะมีประโยชน์มาก นอกไปจากปลดปล่อย ชาวบ้านไปสู่การมีเกียรติ และศักดิ์ศรีดังกล่าวแล้ว ยังมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นอนันต์ และมีแหล่งเรียนรู้ เต็มแผ่นดิน อยากรู้ว่าใครเก่งอะไรอยู่ที่ไหนก็กดคอมพิวเตอร์ดู การศึกษาของเราจะต้องปฏิรูปจากการท่อง หนังสือไปสู่การเรียนรู้จากการปฏิบัติ เรามีผู้ปฏิบัติอยู่เต็มแผ่นดิน ผู้ปฏิบัติเหล่านี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อ ปัญญาปฏิบัติ ข้อมูลว่าประชาชนแต่ละคนเก่งหรือถนัดเรื่องใดบ้าง ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก ซึ่งจะไม่กล่าวใน ที่นี้ ที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ของโครงการบัณฑิตอาสาสมัครสามารถผลักดันไปเป็น นโยบายที่สำคัญได้ แต่ที่กล่าวมามหาวิทยาลัยอาจไม่เข้าใจและทำไม่เป็น สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร อาจ อาสาสมัครทำโครงการนำร่องให้ดู เมื่อมีรูปธรรมของการปฏิบัติ คนทั้งหลายก็จะเข้าใจและเห็นคุณค่า และ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยทั้งมวล ประสบการณ์ของสำนักบัณฑิต อาสาสมัคร จึงมีค่ายิ่งนัก ด้วยประการฉะนี้ .................................................................................... ประเวศ วะสี PQET รายงานการวิจัย ๔๐ ปี สำนักบัณฑิตศาสสมัคร ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้” ตั
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การศึกษา
• อาสาสมัคร
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้” ตั