auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับภาคีปฏิรูปประเทศไทย ควรใช้เส้นทางมัชฌิมาปฏิปทา เป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันได้ เผื่อถักทอกันทางสังคมและทางปัญญา ขยายพื้นที่ของความร่วมมือออกไปเรื่อย ๆ จนพื้นที่ของการถักทอกันปฏิรูปประเทศไทยเกิดเต็มประเทศ เป็นพลังมหาศาลที่จะเปิดประตูไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ ที่ช่วยกันสร้างให้เป็นยุคศรีอารยะ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# เปิดประตูสู่ประเทศไทยยุคใหม่ ด้วยมัชฌิมาปฏิปทา ## ประเวศ วะสี ๑. โอกาสอยู่ต่อหน้าคนไทยทั้งมวลแล้ว ท่ามกลางวิกฤตสุดๆ ผู้คนอาจจะตกอยู่ในพายุอารมณ์ จนไม่เห็นว่าโอกาสสุดๆ อยู่ต่อหน้าเราทั้งหลายแล้ว ตามที่โบราณว่าวิกฤตเป็นโอกาส สรรพสิ่งล้วนมี ๒ ด้าน ดำรงอยู่พร้อมๆกัน ในวิกฤตมีโอกาส วิกฤตสุดๆ ก็เป็นโอกาสสุดๆ ประเทศไทยติดอยู่ในยุคมืด มาช้านาน ยุคมืดทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ศานติสุขไม่ได้ สะสมปัญญา ความขัดแย้งและความรุนแรง หาทางออกไม่ได้ จนปริ่ม ๆจะเกิดมิคสัญญีกลียุค หรือเกิดแล้ว สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจนิยมมาแต่โบราณ ในสังคมแบบนี้คนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอำนาจทางการเมือง คนส่วนใหญ่ถูกกระทำไม่ให้สนใจ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีส่วน พึ่งตนเองไม่ได้ปกครองตัวเองไม่ได้ ปกครองกันเองไม่ได้ เป็นสังคมอ่อนแอ สังคมแบบนี้เหมือนตกอยู่ในความมืด ในความมืด ความไม่ถูกต้องต่างๆซ่อนตัวอยู่ และทำร้ายประเทศไทย จนวิกฤต สภาวะวิกฤตกระตุ้นให้คนไทยตื่นตัว ปรากฏการณ์ปัจจุบันที่เป็นคุณก็คือ คนไทยตื่นตัวทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเรียกว่าสีอะไรหรือไม่มีสี การที่คนไทยจำนวนมากตื่นตัวทางการเมืองทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนจำนวนน้อยที่มีอำนาจไม่ว่าฝ่ายใด จะทำตามอำเภอใจไม่ได้อีกต่อไป จึงกล่าวว่าประเทศไทยกำลังเปิดประตูสู่ยุคใหม่แล้ว ๒. อย่าติดอยู่ในอดีตจนเคลื่อนสู่อนาคตไม่ได้ ธรรมชาติของสมองจะจำเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี ซึ่งก็มีทั้งประโยชน์และโทษ โทษของมันคือคิดแค้น พยาบาท อาฆาตกันไปมา จมอยู่กับอดีตจนเคลื่อนสู่อนาคตไม่ได้ หลายคนเป็นอย่างนั้น บางตระกูลก็ฆ่ากันไปมาหลายชั่วคน หลายประเทศก็เป็นเช่นนั้น เช่นที่ตะวันออกกลาง ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น หลักธรรมจึงสอนว่า ไม่ใช่มีแต่ตาต่อตา ฟันต่อฟัน วิหิงสาพยาบาท แต่มีอหิงสา และการให้อภัยด้วย จะได้หลุดออกจากวิบากกรรมของอดีตไปสู่อนาคตได้ มหาตมะคานธี และเนลสัน แมนเดลา ต่อสู้กันพลังอันมหาศาลของจักรภพอังกฤษที่ครอบครองอินเดีย และคนขาวที่ปกครองแอฟริกาใต้ด้วยหลักสันติอหิงสา ได้ชัยชนะอย่างงดงาม โดยที่อินเดียกับอังกฤษก็ยังเป็นมิตรกัน คนสีผิวที่แอฟริกาใต้กับคนขาวก็ยังอยู่ร่วมกันในแอฟริกาใต้ยุคใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งท่านมหาตมะคานธี และเนลสัน แมนเดลา ได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นมหาบุรุษโลก เพราะท่านใช้หลักอหิงสา ทำให้ประเทศหลุดจากการติดกับของอดีตไปสู่อนาคตอันสันติได้ ความขัดแย้งในสังคมไทย แม้ฝ่ายต่าง ๆจะอ้างว่าเพราะเหตุใด ๆแต่ลองคิดดูให้ดี ๆเหตุต่างๆเหล่านั้นเป็นปัญหาในยุคอดีต ซึ่งเป็นยุคมืดแต่ถ้าเรา(หมกมุ่น)อยู่กับอดีตมากเกินที่เขาเรียกว่า obsessed เราก็มองไม่เห็นโอกาสแห่งอนาคตที่กำลังคลี่ตัวอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าเราเห็นโอกาสแห่งอนาคตที่ดีร่วมกัน จะช่วยให้เราออกจากการติดกับของอดีตได้ ๓. เปิดประตูสู่ประเทศไทยยุคใหม่ - ยุคศรีอาริยะ ทั้งหมอดูเก่าและหมอดูใหม่ต่างดูว่าประเทศไทยต่อไปจะดี คำพยากรณ์หลายรัชกาล ที่ว่า "....ถิ่น ๓ ขาว ชาวศิวิไลซ์" ศิวิไลซ์ก็คืออาริยะ คนโบราณใฝ่ฝันถึงสังคมพระศรีอาริย์ ซึ่งเป็นสังคมที่ดี เราอาจจะเรียกว่าประเทศไทยยุคใหม่เป็นยุคศรีอาริยะก็ได้ ที่ว่าโอกาสอยู่ต่อหน้าเราทั้งหลายแล้ว ต้องสังเกตให้ดี ๆว่าท่ามกลาง วิกฤตสุดๆ ฝ่ายต่างๆ แม้ที่ขัดแย้งกัน ก็เห็นตรงกันว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ที่อาจเรียกว่าปฏิรูปประเทศไทย คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ตรงกัน มีแต่วัตถุประสงค์ของบุคคล ของ กลุ่ม ของพวก ขององค์กร ของสถาบัน ซึ่งต่างกันและทอนกำลังกัน มีครั้งนี้แหละที่เห็น ตรงกันว่าควรปฏิรูปประเทศไทย นี้เป็นโอกาสของประเทศไทย เพราะการเห็นตรงกันเป็น เรื่องเกิดขึ้นได้ยาก เมื่อเห็นตรงกันและร่วมมือกันก็จะเป็นพลังมหาศาลที่จะเคลื่อนประเทศ ไทยสู่ยุคใหม่ คนไทยไม่ควรพลาดโอกาสนี้ เราไม่ได้ต้องการให้ลืมอดีตอันขมขื่นและเจ็บปวด แต่นั่นเป็นยุคเก่าที่อะไรๆที่ไม่ดีก็ เกิดขึ้นได้ และยังเกิดขึ้นได้อีกถ้าเรายังอยู่ในยุคเก่า แต่ถ้ารวมตัวกันไปสู่ยุคใหม่ สร้างสิ่งดีๆ ตั้งแต่จิตสำนึกไปจนถึงโครงสร้างและพลังพลเมือง ความไม่ดีแบบเก่าๆ ก็ทำไม่ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะโดยมาตยาธิปไตย หรือทุนนิยมสามานย์ หรืออะไรอื่น ถ้าคนไทยร่วมมือกันเรา สามารถป้องกันได้ทั้งสิ้น ๔. การปฏิรูปที่สำคัญที่สุดคือปฏิรูปโลกทัศน์วิธีคิด จิตสำนึก สังคม อำนาจนิยมนั้น บีบให้คนมีโลกทัศน์วิธีคิด จิตสำนึก อันดับแคบ ตายตัว แยกส่วน เห็นแก่ตัวและพวกพ้องยิ่ง กว่าส่วนรวม คิดเป็นข้างเป็นขั้ว หรือเชิงปฏิปักษ์มุ่งเป็นศัตรู ทำลายกัน นำไปสู่ความขัดแย้ง และความรุนแรง เราติดอยู่ในโลกทัศน์วิธีคิด และจิตสำนึก แบบนี้มาช้านานในสังคมเก่า ทำ ให้เครียด กระทบกระทั่งจิกตีกันเหมือนไก่อยู่ในเข่งถึงจิกตีกันจนล้มตายอย่างไร ๆ ก็ออก จากเข่งไม่ได้ เพราะเข่งคือโครงสร้างอำนาจที่กักขังเราไว้ให้มีวิธีคิดและจิตสำนึกอันดับแคบ ในประเทศไทยยุคใหม่ อันเป็นยุคศรีอารยะ คนไทยควรมีโลกทัศน์วิธีคิด จิตสำนึกใหม่ เป็น จิตสำนึกใหญ่ คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว มีไมตรีจิตต์ต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง ใจ กว้างเห็นความงามและคุณค่าของความงามหลากหลาย ไม่เห็นคนที่คิดต่างจากเราเป็นศัตรู ไม่คิดแยกข้างแยกขั้ว แต่อยู่ร่วมกันในสังคมพหุลักษณ์ ความแตกต่างจะช่วยเสริมส่วนขาด และช่วยให้สังคมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าสังคมที่มีแต่คนคิดเหมือน ๆ กัน ป่าที่ มีต้นไม้นานาพรรณสวยงามและยั่งยืนกว่าถ้าจะมีเพียงต้นไม้ชนิดเดียว บ้านหรือรถยนต์ที่จะ สวยงามและใช้การได้ดี ต้องมีส่วนประกอบต่าง ๆ เข้ามาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ความ เชื่อมโยงระหว่างของที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้น เช่น บ้านหรือรถยนต์ ธรรมชาติ ไม่ได้แบ่งเป็นข้างเป็นขั้วเหมือนจิตมนุษย์ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร หรือ ปฐมเทศนา ประโยคแรกพระบรมศาสดาก็ตรัสแล้ว ว่า "เทวเม ภิกฺขเว อนุตา” (เทว = ทวิ = สอง ; อนุตา = ส่วนสุด = สุดโต่ง) ประโยคนี้ และประโยคถัดไปเป็นความว่า "ส่วนสุดทั้งสองภิกษุไม่ควรเสพ" นี่เป็นที่มาของคำ สอนเรื่อง มัชฌิมาปฏิปทา หรือ ทางสายกลาง ไม่แยกข้างแยกขั้ว ## ทางสายกลางเป็นทางสายปัญญา การแยกข้างแยกขั้วเป็นทางสายขั้วอำนาจ เราเจ็บปวดมากเกินพอแล้วในเส้นทางสายอำนาจ ในประเทศไทยยุคใหม่-ยุคศรี อารยะ ควรจะเป็นเส้นทางสายปัญญา หรือ มัชฌิมาปฏิปทา ลองย้อนไปดูครั้งกรุงศรีอยุธยา ชนชั้นนำแย่งชิงอำนาจและฆ่ากันตายไปแล้วเท่าไหร่ ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ ก็ยังเป็นการต่อสู้เชิงทำลายกันระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอนุรักษ์ คณะราษฎร กองทัพ กองกำลังคอมมิวนิสต์ กลุ่มธุรกิจการเมือง ปรากฏว่าไม่มีฝ่ายใด สามารถชนะเด็ดขาดและขจัดฝ่ายตรงข้ามได้ การที่มีกลุ่มที่ต่อสู้กันอย่างหลากหลายทำให้ อะไรที่ไปสุดโต่งทำไม่ได้ รวมทั้งรัฐประหารด้วย แม้แต่ระบอบทักษิณที่ต้องถือว่ามีอำนาจ มากที่สุด ก็ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้อีกต่อไป เราควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่า ในระบบสังคมที่ซับซ้อนและยาก การใช้อำนาจนอกจากไม่ ได้ผลแล้วยังนำมาซึ่งสิ่งแทรกซ้อนอันไม่พึงปรารถนา รวมทั้งความรุนแรง ณ จุดเปลี่ยน ประเทศไทย ควรจะเปลี่ยนจากเส้นทางสายอำนาจ มาเป็นเส้นทางสายมัชฌิมาปฏิปทา หรือ สายปัญญาและความร่วมมือกัน ## ๕. ภาคีปฏิรูปประเทศไทย - เปิดประตูสู่ประเทศไทยยุคใหม่ ขณะนี้มีกลุ่มและ องค์กรต่าง ๆ จำนวนมาก แสดงเจตนารมณ์ต้องการปฏิรูปประเทศไทย ควรมีการก่อตัวกัน ขึ้น (Self-Organized) เป็นภาคีปฏิรูปประเทศไทย การก่อตัวขึ้นเองเป็นปรากฏการณ์ ธรรมชาติที่ให้กำเนินแก่สิ่งมีชีวิต เป็นธรรมชาติมีอิสระที่จะดำเนินการตามความสนใจของ ตนเอง การเป็นภาคีจะเสริมกำลังกันและทำให้เกิดวัตกรรม ตลอดจนร่วมกันกำหนดเรื่องที่มี ลำดับความสำคัญที่จะทำก่อนแล้ว ภาคีปฏิรูปประเทศไทย ควรใช้เส้นทางมัชฌิมาปฏิปทา เป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายเข้ามา ร่วมกันได้ เผื่อถักทอกันทางสังคมและทางปัญญา ขยายพื้นที่ของความร่วมมือออกไปเรื่อย ๆ จนพื้นที่ของการถักทอกันปฏิรูปประเทศไทยเกิดเต็มประเทศ เป็นพลังมหาศาลที่จะเปิด ประตูไปสู่ประเทศไทยยุคใหม่ ที่ช่วยกันสร้างให้เป็นยุคศรีอารยะ (บทความนี้เขียนเมื่อ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๗ โดยยังไม่ทราบว่าความขัดแย้งทาง การเมืองจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่รุนแรงคนไทยก็ควรจะ รวมตัวกันเปิดประตูสู่ประเทศไทยยุคใหม่) PQET เปิดประตูสู่ประเทศไทยยุคใหม่ ด้วยมัชฌิมาปฏิปทา ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
12 January 2014
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ประเทศไทย
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
12 January 2014
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้