auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การรวมศูนย์อำนาจคือหายนะของประเทศ พรรคการเมืองใดจริงใจ กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการรวมศูนย์อำนาจ อันทำให้เกิดปัญหาโดยทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ ทำให้เกิดสภาพรัฐล้มเหลว ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอำนาจรัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ระบบการเมืองไร้คุณภาพ ทำให้ทำรัฐประหารง่าย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

การรวมศูนย์อำนาจคือหายนะของประเทศ พรรคการเมืองใดจริงใจ กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ดหายนะของประเทศเกิดจากการรวมศูนย์อำนาจ แม้วิกฤตการณ์ของประเทศจะเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง แต่แก่นของมันคือการรวมศูนย์อำนาจของประเทศ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาใหญ่ ๆ อย่างน้อย ๕ ประการ คือ (๑) ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ หากชุมชนท้องถิ่นเข็มแข็งจัดการตัวเองได้ จะจัดการปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมาแก้กันที่ส่วนกลาง ทุกวันนี้ปัญหาจากทั่วประเทศพุ่งเข้ามาที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นจุดรวมศูนย์อำนาจ นายกรัฐมนตรีทุกคนจะถูกปัญหาท่วมทับจนหมดสภาพ ปัญหาต่าง ๆ แก้ไม่ได้จริง บ้านเมืองวิกฤตมากขึ้น ๆ (๒) ทำให้เกิดสภาพรัฐล้มเหลว ระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจมีสมรรถนะต่ำคอรัปชั่นสูง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจน ไม่สามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร รวมทั้งไม่สามารถจัดการการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ไม่สามารถอำนวยความสะดวกยุติธรรมแก่สังคม ไม่สามารถแก้ปัญหาความรุนแรง เช่น ปัญหาชายแดนใต้ ฯลฯ เข้าข่ายรัฐล้มเหลว ทำให้เกิดความระส่ำระส่าย โกลาหล และวิกฤต (๓) ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอำนาจรัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ สิ่งแวดล้อมแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน วัฒนธรรมจึงหลากหลายไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ อำนาจรัฐรวมศูนย์ขัดแย้งกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มีผลทำลายระบบการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับคน และคนกับสิ่งแวดล้อม เกิดวิกฤตการณ์ทางสังคมเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ และนำไปสู่ความรุนแรง เช่น ความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนใต้ ไฟใต้จะดับไม่ได้ตราบใดที่ ยังไม่กระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น (๔) ทำให้ระบบการเมืองไร้คุณภาพ เพราะอำนาจรัฐรวมศูนย์ดึงดูดให้นักธุรกิจการเมืองทุ่มทุนขนาดใหญ่เพื่อเข้ามากินรวบอำนาจ ทำให้เกิดระบบธนาธิปไตย และความไร้คุณภาพของระบบการเมืองไทย ที่สมรรถนะต่ำคอร์รัปชั่นสูง แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ การแย่งอำนาจร่วมศูนย์ทำให้เกิดการต่อสู้ทางการเมืองรุนแรงนำไปสู่ความแตกแยก (๕) ทำให้ทำรัฐประหารง่าย อำนาจรัฐรวมศูนย์ทำรัฐประหารง่าย แต่ถ้ากระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นโดยทั่วถึงจะทำรัฐประหารไม่ได้ เพราะไม่รู้จะยึดอำนาจตรงไหน ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เกิดจากการรวมศูนย์อำนาจรัฐทั้ง ๕ ประการนี้นำประเทศไปสู่หายนะ ## ป้องกันหายนะโดยการกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง คนข้างบนที่ไม่เคยสัมผัสความเป็นจริงข้างล่าง ไม่รู้ดอกว่าคนข้างล่างนั้น "ตื่น" ขึ้นมาจัดการตัวเองแล้ว คนข้างบนคุ้นเคยกับมายาคติและความเลวร้ายต่างๆ ข้างบน ไม่รู้หรอกว่าข้างล่างมีสิ่งดีๆ เยอะ ในระดับชุมชน กำลังมีการรวมตัวของผู้นำชุมชนเป็นสภาผู้นำชุมชน ทำการสำรวจชุมชน ทำแผนชุมชน เสนอให้สภาประชาชนคือที่ประชุมของคนทั้งหมู่บ้านรับรองแผน คนทั้งชุมชนช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผน ทำให้การพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ เรื่องพร้อมกันไป คือ เศรษฐกิจ- จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย ควรสังเกตว่ากระบวนการนี้เป็นประชาธิปไตยทางตรงที่คนทั้งหมู่บ้านมีส่วนร่วมโดยตรง ประชาธิปไตยชุมชนเป็นประชาธิปไตยสมานฉันท์และสร้างสรรค์ที่สุด ในระดับท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง ๓ ประเภท คือ อบต. เทศบาล และอบจ. ซึ่งมีเกือบ ๘,๐๐๐ องค์กร กำลังทำอะไรดีๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และเรียนรู้จากกันทำให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับ ประชาธิปไตยท้องถิ่น (Local democracy) เป็นฐานของประชาธิปไตยระดับชาติ ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ร.๗ ทรงปรารถนาจะให้เกิดขึ้น ชุมชนท้องถิ่น ปกคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศ ถ้าเข้มแข็งและจัดการตัวเองได้ ก็จะทำให้ฐานของประเทศมั่นคง สามารถรองรับประเทศทั้งหมดให้สมดุลและยั่งยืน ชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเองจึงเป็นหนทางสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย ## ๓. สมัชชาชุมชนกับการปฏิรูป สมัชชาท้องถิ่นกับการปฏิรูป คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปได้จัดตั้งคณะกรรมการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป และคณะกรรมการเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป คณะกรรมการทั้งสองได้ทำงานเครือข่ายองค์กรท้องถิ่นและองค์กรชุมชนทั่วประเทศ และจัดประชุมสมัชชาชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเองสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทยและสมัชชาองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป สมัชชาทั้ง ๒ มีข้อเสนอนโยบายซึ่งขอดูได้ จากสำนักงานปฏิรูป และมีองค์กรที่ทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการทั้ง ๒ คือ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน) และ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ควรมีการออกแบบชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเอง เพื่อปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการกำหนดอนาคตและการจัดการตัวเองของชุมชนท้องถิ่น ต้องปฏิรูปการเงินการคลัง เพื่อท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีกำลังทำภารกิจได้อย่างทั่วถึง ต้องปฏิรูปบทบาทองค์กรภาครัฐจากการลงไปทำเอง มาเป็นสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ รวมทั้งสร้างกลไกทางนโยบายที่จะนำข้อเสนอทางนโยบายของชุมชนท้องถิ่นไปเป็นนโยบายระดับชาติ เช่น มีสภาชุมชนท้องถิ่นระดับชาติ ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่มาจากชุมชนท้องถิ่น ๔. เครือข่ายสภาประชาชน เครือข่ายสภาองค์กรท้องถิ่น ประชาธิปไตยฐานกว้างทั้งแผ่นดิน เรามักบ่นกันว่าเรามีนักการเมืองที่มีคุณภาพน้อย เล่นกันอยู่ไม่กี่คน ถึงต้องเอาพ่อแม่ลูกเมียพี่น้องเป็นตัวแทน เพราะเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีฐานแคบ ชุมชนท้องถิ่นคือฐานกว้าง มีผู้นำตามธรรมชาติที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดีจำนวนมากในชุมชนท้องถิ่น ถ้าเราตั้งระบอบประชาธิปไตยให้มีฐานกว้าง จะเกิดพลังประชาธิปไตยมหาศาลทั้งแผ่นดิน ประชาธิปไตยระดับชาติ รัฐสภา สมาชิก ๕๐๐-๑๕๐ คน ประชาธิปไตยท้องถิ่น สภาองค์กรท้องถิ่น เกือบ ๘,๐๐๐ องค์กร ประชาธิปไตยชุมชน สภาประชาชน และสภาผู้นำชุมชน ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ประชาธิปไตย ๓ ระดับควรเชื่อมโยงกัน สภาประชาชนคือที่ประชุมของคนทั้งหมู่บ้าน มีประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านมีสภาผู้นำชุมชน หมู่บ้านละ๔๐-๕๐ คน ผู้นำชุมชนทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านจึงมีประมาณ ๔ ล้านคน ถ้าสภาผู้นำ ชุมชนและสภาประชาชนทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย จะเป็นเครือข่ายประชาธิปไตย ชุมชนอันไพศาล ท้องถิ่นเกือบ ๘,๐๐๐ แห่ง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น มีนักการเมือง ท้องถิ่นกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน เครือข่าย อปท.และสภาท้องถิ่น ถ้าเชื่อมโยงกันทั้งหมดจะเป็นเครือข่าย ประชาธิปไตยท้องถิ่นอันไพศาล ถ้าประชาธิปไตย ๓ ระดับทำงานเชื่อมโยงกัน คือ ประชาธิปไตยชุมชน ประชาธิปไตยท้องถิ่น ประชาธิปไตยระดับชาติ จะเป็นระบอบประชาธิปไตยฐานกว้าง เป็นประชาธิปไตยที่จะแก้ปัญหาและ พัฒนาประเทศให้ออกจากความทุกข์ยากได้จริง ๕. ระบบการศึกษาควรส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่และมีศักยภาพในตัวมาก มีครูบาอาจารย์ มีนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา นักเรียนจำนวนมาก ที่แล้วมาระบบการศึกษาเหมือนผู้ยืนดู ดูบ้านเมืองวิกฤตและหายนะมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้จะทำอะไร เพราะมองแต่ข้างบน เห็นแต่การเมืองระดับชาติที่ตนเองไม่รู้จะทำอะไรได้ ถ้าระบบการศึกษามองไปที่ข้างล่าง ที่ชุมชนท้องถิ่น ระบบการศึกษาจะสามารถร่วมทำงานกับชุมชน ท้องถิ่นในการจัดการตัวเอง เมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการตนเองได้ ประเทศก็จะพ้นวิกฤต เพราะมี ฐานที่แข็งแรงทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย นโยบายหนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด เพื่อให้มีอย่างน้อยหนึ่งมหาวิทยาลัยทำงานกับหนึ่ง จังหวัด เป็นการที่ให้มหาวิทยาลัยทำงานโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง ในพื้นที่มีชุมชนท้องถิ่น ในการจัดการ ตนเองของชุมชนท้องถิ่นนั้นต้องการวิชาการเป็นอันมาก ถ้ามหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยจะเข้าไปเชื่อมกับพลังประชาธิปไตยอันไพศาลดังกล่าวในข้อ ๔ การทำงานกับชุมชน ท้องถิ่นจะทำให้มหาวิทยาลัยเข้าใจประเด็นทางนโยบาย ที่แล้วมามหาวิทยาลัยเกือบไม่มีบทบาททาง นโยบายเลย เพราะไม่ได้เอาความเป็นจริงของสังคมไทยเป็นตัวตั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยเป็นพลังทาง นโยบายจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดลงตัวใหม่ ประเด็นนโยบายใหญ่ที่สุดขณะนี้คือการ กระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ๖. สมาคม อบต. - สมาคมสันนิบาตเทศบาล - สมาคม อบจ. พร้อมแล้วสำหรับการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๓ สมาคมองค์กรท้องถิ่นร่วมกับคณะกรรมการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป ของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ได้จัดสมัชชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปในทุกภาคและ ระดับชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการตัวเองของท้องถิ่น และมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่ชัดเจนที่ เขาจะร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นโดยแท้จริง ผู้นำท้องถิ่นที่มีประสบการณ์สูง ในการบริหารจัดการเรื่องของท้องถิ่น ในวันข้างหน้าจะขึ้นมาเป็นผู้นำระดับชาติ ที่จะแก้ความตีบตัน ทางการเมือง ในการขาดแคลนผู้นำที่มีความสามารถและความสุจริตสูง ผู้นำระดับชาติของสหรัฐอเมริกาและของจีนจำนวนมากมาจากผู้นำท้องถิ่นที่ผ่านการพิสูจน์ด้วย การทำงานมาแล้ว คาร์เตอร์ เรแกน บุช คลินตัน ล้วนเคยเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมาก่อน เจียงเจ๋อหลิน และหูจินเทา ล้วนพิสูจน์ตัวเองมาก่อนด้วยการบริหารท้องถิ่น ของเราเรียนลัดปุ๊บปั๊บมาเป็นรัฐมนตรี โดยไม่ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถและความสุจริตแต่อย่างใด การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชน ท้องถิ่นจึงมีสำคัญมากต่อคุณภาพของประชาธิปไตยของเรา ## ๗. พรรคการเมืองใดจริงใจต่อการกระจายอำนาจบ้าง ในการเลือกตั้ง ๒๕๕๔ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้ ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงช่วยกันตั้ง คำถามดัง ๆ ว่า "พรรคการเมืองใดจริงใจต่อการกระจายอำนาจบ้าง" ผมเชื่อว่าลึก ๆ แล้วพรรคการเมือง ก็ต้องการทำเรื่องดี ๆ เพราะนอกจากเกิดผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองแล้ว ตัวเองก็ยังได้คะแนนด้วย แต่เรื่องดี ๆ มักคิดไม่ออกหรือทำยาก แต่บัดนี้ไม่จริงแล้ว คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง ๒ คณะได้ระดมคนมาคิดประเด็นนโยบายดี ๆ ที่ พรรคการเมืองสามารถเลือกไปใช้ได้ เรื่องกระจายอำนาจก็ง่ายนิดเดียว พรรคการเมืองใดสนใจเรื่องนี้ก็ไปทำงานร่วมกับ ๓ สมาคม องค์กรท้องถิ่น คือ สมาคม อบต. สมาคมสันนิบาตเทศบาล และสมาคม อบจ. หรือคณะกรรมการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูป เครือข่ายเหล่านี้เขาทำงานกันมาจนชัดเจนแล้วว่าประเด็น นโยบายของการกระจายอำนาจมีอะไรบ้าง พรรคการเมืองเพียงแต่ไปต่อเชื่อมกับเขาเท่านั้น นอกจากได้ทำเรื่องดี ๆ แล้ว ยังได้คะแนนเสียงอีกด้วย PCET การรวมศูนย์อำนาจคือหายนะของประเทศ พรรคการเมืองใดจริงใจ กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
18% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
16% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้