auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

รัฐบาลอยู่นาน…..ถ้าคิดเชิงยุทธศาสตร์

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการคิดชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยไม่ควรมีคนมาคิดล้มรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องระวังอย่าให้ล้มเพราะตัวเอง ฝ่ายเสนาธิการของรัฐบาลและคุณทักษิณควรจะคิดเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะใช้อำนาจที่มีในทางที่ถูกต้องที่ควรอย่างไร ถ้าคิดเพื่อตัวเองก็ไม่คุ้มและจะแพ้แต่ถ้านำพลังมหาศาลที่มีมาสร้างความถูกต้องเป็นธรรม รัฐบาลก็จะอยู่ได้นาน ผู้คนสรรเสริญ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# รัฐบาลอยู่นาน .... ถ้าคิดเชิงยุทธศาสตร์ ศ.นพ.ประเวศ วะลี ## ๑.ถ้าคิดด้วยอารมณ์ เอามันสะใจ เลี่ยงต่อการเกิดมิคสัญญีกลียุค สังคมไทยที่กำลังร้อนระอุด้วยพายุอารมณ์แห่งความโกรธ ความเกลียด ความแค้น ความต้องการเอาคืน สุ่มเสี่ยงต่อการเดินเข้าไปสู่จุดพลิกผัน (Tipping Point) ที่เกิดมิคสัญญีกลียุค การคิดเชิงยุทธศาสตร์หมายถึงการคิดด้วยปัญญา รู้เท่าทันว่าทำอะไรแล้วจะเกิดอะไร แล้วทำตาม ยุทธศาสตร์ ไม่ทำตามอารมณ์รักหรือชัง ให้บ้านเมืองบรรลุเป้าหมายที่ดี ผมยกตัวอย่างการคิดเชิงยุทธศาสตร์ ๒ ตัวอย่าง หลายครั้งแล้ว คือ หนึ่ง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลงหมาดๆ อังกฤษมีการเลือกตั้งทั่วไป คนอังกฤษ รักเชอร์ชิลล์ ซึ่ง เป็นวีรบุรุษสงคราม แต่ไม่เลือกเชอร์ชิลล์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าถ้าเชอร์ชิลล์กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรีจะไม่ปล่อยอินเดียเป็นอิสระ อังกฤษจะต้องไปทำสงครามกับอินเดียอีก ซึ่งคนอังกฤษไม่ต้องการ เขาจึงโหวตเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เอาอารมณ์รักเชอร์ชิลล์มาเป็นเกณฑ์ สอง กองทัพแดงของเหมาเจ๋อตุงเกลียดเจียงไคเช็คเข้าไส้ เพราะเมื่อคราวเดินทัพทางไกลขึ้นไปสู่เยนาน เจียงไคเช็คส่งกองทัพมาไล่ม่าพลพรรคแดงตายไปตั้งครึ่ง เมื่อนายพลจางโซเหลียงฝ่ายคอมมูนิสต์จับเจียงไคเช็ค ได้ที่เมืองซีอาน แทนที่จะฆ่าเจียงไคเช็คให้สมกับความแค้น โจวเอินไหลกลับเป็นผู้มาปล่อยเจียงไคเช็คด้วย ตนเอง เพราะยุทธศาสตร์คือ รวมตัวกันเอาชนะญี่ปุ่น ไม่ใช่ม่าเจียงไคเช็คด้วยอารมณ์ นี่คือการคิดเชิง ยุทธศาสตร์ คนไทยใช้อารมณ์รัก ชัง ต่อสู่กันไปมาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้ว ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายน่าจะคิดเชิงยุทธศาสตร์ให้ บ้านเมือง ถ้าข้ามมิคสัญญีกลียุค เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงและความสงบสุข ## ๒. ตามสภาพความเป็นจริง ... เครือข่ายทักษิณทรงพลังมหาศาล การคิดเชิงยุทธศาสตร์ต้องดูสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่ตามที่ควรเป็นหรืออยากให้เป็น ตามสภาพความ เป็นจริงเครือข่ายทักษิณทรงพลังมหาศาลโดยเฉพาะหลังรัฐประหาร ๒๕๔๙ ทักษิณเป็นผู้นำคนเดียวใน ประวัติศาสตร์ที่ภายหลังถูกรัฐประหาร แล้วสามารถต่อสู้เอาชนะกลับมามีอำนาจได้อีก พลังมหาศาลที่ว่านี้ ประกอบด้วย (๑) พรรคการเมือง คือ พ.ท. เพื่อการต่อสู้ในระบบรัฐสภา (๒) มวลชนคนเสื้อแดง (๓) อาจได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังติดอาวุธ -๑- (๔) อำนาจการสื่อสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ (๕) สามารถว่าจ้างบริษัทลอบบียิสต์และทนายต่างประเทศเพื่อการสนับสนุนทางสากล (๖) กำลังทรัพย์มหาศาลที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งหมดรวมกันเป็นพลังต่อสู้ อันมหาศาล ที่ไม่มีฝ่ายใดทนได้ ฉะนั้นเมื่อกองทัพทำรัฐประหาร ๒๕๔๙ ก็ดี เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลช่วง ๒-๓ ปีก่อนก็ดี จึงเผชิญกับพลังต่อสู้อันมหาศาลนี้ เกิดความรุนแรงจนมีคนไทยต้องบาดเจ็บล้มตาย เกิดบาดแผลทางสังคมกันต่อมา ในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ชนะเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลในปัจจุบัน นี้พูดตามสภาพความเป็นจริงของการต่อสู้ ไม่ได้พูดเชิงศีลธรรมว่าใครผิดใครถูกอย่างไร ๓. ตามตรรกะ...เมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาล บ้านเมืองควรจะสงบ เมื่อฝ่ายที่มีกำลังมากชนะแล้วทำการปกครอง บ้านเมืองก็ควรสงบ เหมือนเมื่อเสือ ๒ ตัว ต่อสู้กันเพื่อแย่งกันเป็นจ่าฝูง เมื่อกำลังยังครือๆ กัน การต่อสู้ก็รุนแรงยืดเยื้อ เลือดตกยางออก แต่เมื่อตัวหนึ่งชนะ ตัวที่แพ้ตายไปหรือหนีไป ก็เกิดความสงบ ตามปรกติฝ่ายที่เป็นรัฐบาลย่อมไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นไม่ว่าเพราะเหตุใด รัฐบาลจะเป็นฝ่ายลำบาก การคิดเชิงยุทธศาสตร์ตรงนี้ก็คือ ไม่ควรมีการคิดล้มรัฐบาล ไม่ว่าด้วยการรัฐประหาร หรือวิธีใดอื่น เพราะพลังต่อสู้ของเครือข่ายทักษิณอันมหาศาล ๖ ประการยังคงอยู่ ก็จะเกิดการต่อสู้รุนแรงเหมือนช่วง ๒๕๕๑-๒๕๕๓ อีก หรือแรงกว่า รัฐบาลก็ไม่ควรกลัวว่าใครจะมาล้มรัฐบาลได้ ถ้ากลัวคนอื่นจะมาล้มรัฐบาล จะทำให้วางยุทธศาสตร์ผิด รัฐบาลที่มีกำลังขนาดนี้คนอื่นล้มไม่ได้ จะล้มก็เพราะตัวเอง การต่อสู้เพื่อเอาชนะกับการบริหารชัยชนะ เพื่อรักษาอำนาจและเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ไม่เหมือนกัน จะกล่าวถึงเรื่องนี้ในตอน ๕ คนในเครือข่ายรัฐบาลควรจะคิดเชิงยุทธศาสตร์ว่าถ้าไปทำอะไรที่ก่อให้เกิดความรุนแรง รัฐบาลจะลำบาก ๔. เมื่อไม่ควรคิดล้มรัฐบาล ก็ควรคิดช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ผล ถ้าคิดตามตรรกะ ว่าไม่ควรคิดล้มรัฐบาล ก็หมายถึงรัฐบาลจะอยู่นาน ถ้ารัฐบาลอยู่นานแล้วสามารถทำงานได้ผล บ้านเมืองก็ดีขึ้น แต่ปัญหาปัจจุบันทั้งภายในและภายนอกประเทศมีความซับซ้อนและยากยิ่งไม่มีรัฐบาลใดๆ สามารถทำงานให้สำเร็จได้ด้วยการใช้อำนาจแบบเดิมๆ โดยปราศจากความรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม ยามวิกฤตคนไทยทุกภาคส่วนควรจะรวมตัวกันก้าวข้ามสภาวะวิกฤตให้ได้ รัฐบาลเองก็ควรจะตระหนักรู้ว่าถ้าต้องการอยู่ให้ได้นานและทำงานได้ผล ไม่สามารถทำโดยใช้อำนาจอย่างเดียว แต่ต้องเปิด -๒- พื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ต่อไปนี้เป็นหลักการ ๗ ประการที่คนไทยควรจะมีความ มุ่งมั่นร่วมกัน (๑)อนาคตของประเทศไทยต้องมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ คน ไทยทุกคนจะต้องมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน (๒)การจะสร้างความเป็นธรรมได้ คนไทยต้องมีจิตสำนึกใหม่ และมีการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ (๓)การคิดเชิงอำนาจและโครงสร้างอำนาจ ทำให้สังคมไทยอ่อนแอทางปัญญา ไม่มีสมรรถนะพอที่จะ เผชิญกับความซับซ้อนและความยากของสังคมปัจจุบันได้ เสี่ยงต่อการเกิดสภาวะรัฐล้มเหลว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง เล่นๆ ที่ใครจะแก้ไขได้ง่ายๆ ถ้าไม่ร่วมกันทำความเข้าใจอย่างจริงจัง (๔)การกระจายอำนาจไปให้ชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง และจังหวัดจัดการตนเองให้ได้ มากที่สุด จะลดความตึงเคลียดของประเทศ ลดภาระหนักอึ้งของรัฐบาลและราชการในส่วนกลางลง เปิดโอกาส ให้ทำงานมีคุณภาพมากขึ้น (๕)ความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมจะแก้ไขไม่ได้ ถ้าไม่ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูประบบภาษีและการ จัดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ปฏิรูประบบความยุติธรรม บ้านเมืองจะไม่มีวันสงบสุขถ้าเราไม่ สามารถแก้ความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมได้ (๖)ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ซึ่งไม่มีใครทำได้ นอกจาก ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองและเข้ามามีบทบาทในการปฏิรูป ฉะนั้นอย่าไปตกอกตกใจกับการที่ประชาชน กำลังมีความตื่นตัวทางการเมือง ไม่ว่าจะสีแดง สีเหลือง สีอะไรๆ หรือไม่มีสี ในที่สุดประชาชนที่ตื่นตัวทาง การเมืองจะค้นพบเองว่าเขาต้องปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ บ้านเมืองจึงจะเกิดความสงบสุข ไม่ตกเป็นเบี้ยของการ แย่งชิงอำนาจในส่วนบน ซึ่งยัดเยียดความตายมาสู่เขา และไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ประชาชน คนไทยต้องไม่โกรธไม่เกลียดประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมืองเหล่านี้ ไม่ว่าเขาจะรักหรือเกลียดทักษิณ ไม่ ว่าเขาจะนิยมหรือไม่นิยมสถาบัน คนเราต่างจิตต่างใจ มีเหตุปัจจัยและพื้นฐานต่างๆ กันไปที่จะรักหรือไม่รักใคร หรืออะไร เป็นธรรมดาเช่นนั้นเอง ไม่ควรจะเอามาเป็นเหตุที่ทำให้คนไทยต้องฆ่ากัน ที่สำคัญกว่าคือทุกคนล้วน เป็นเพื่อนมนุษย์ เป็นเพื่อนคนไทยของเรา ลูกหลานของเราจะต้องสามารถอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้อย่างมีเกียรติ และมีความสุข เปลี่ยนมุมมองจากความเกลียดชังเป็นความรักเพื่อนมนุษย์ แผ่นดินจะเย็นลง (๗)ระบบการศึกษาและระบบการสื่อสารควรจะเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม และสติปัญญาให้คนทั้งชาติ จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปให้เป็นพลังที่พาชาติออกจากวิกฤตได้อย่าง รวดเร็ว ลำพังนักการศึกษาคงจะทำไม่ได้ แต่ต้องอาศัยคนไทยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน -๓- หลัก ๗) ประการข้างต้นล้วนเป็นเรื่องยาก ไม่มีรัฐบาลใดๆ ไม่ว่าจะเก่งเท่าใด จะทำได้ตามลำพัง ต้องอาศัยการขับเคลื่อนทางปัญญาและขับเคลื่อนทางสังคมเข้ามาบรรจบกับการใช้อำนาจรัฐ ที่เรียกว่า "สามเหลี่ยม เขยื้อนภูเขา" ภูเขานี้ถ้าเขยื้อนได้ประเทศไทยจะสงบสุข จึงไม่ควรที่ทุกฝ่ายจะนิ่งดูดาย ให้รัฐบาลตะเกียกตะกายไปตามลำพัง เพราะถ้ารัฐบาลดั้มเหลว บ้านเมืองของเราก็ล้มเหลว การร่วมมือกับรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง ๕. การบริหารชัยชนะยากกว่าการบริหารการต่อสู้ ... ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล แม้ฝ่ายรัฐบาลจะมีพลังเหนือคู่ต่อสู้มากดังที่กล่าวในตอน ๒ ก็อย่าประมาท เพราะการบริหารชัยชนะยากกว่าการบริหารการต่อสู้ เพราะในการต่อสู้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่เมื่อชนะแล้วต้องแบกภาระในการบริหารบ้านเมืองให้ได้ผลซึ่งยาก และฝ่ายต่างๆ ที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาก็มีความคาดหวังต่างๆ กัน เช่นบางคนหวังผลตอบแทนในเรื่องตำแหน่งและผลประโยชน์ ทำให้ต้องประนีประนอมในเรื่องสมรรถนะในการทำงาน ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ ตัวอย่างในประวัติศาสตร์มีมากมายที่ฝ่ายที่ชนะในการต่อสู้ไม่สามารถรักษาอำนาจไว้ได้เช่นจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้ปราบแคว้นทั้ง ๗ ได้รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียว ต้องมีพลังมหาศาลจึงทำเช่นนั้นได้ และหวังว่าราชวงศ์ของพระองค์จะดำรงอยู่ได้หมื่นปี แต่อยู่ได้ ๑๕ ปีก็เจ๋งแล้ว หรือเขมรแดงยึดอำนาจได้มาบริหารประเทศก็ไปไม่รอด ตัวอย่างอื่นๆ ยังมีอีกมาก ไม่ควรมีคนมาคิดล้มรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องระวังอย่าให้ล้มเพราะตัวเอง ฝ่ายเสนาธิการของรัฐบาลและคุณทักษิณควรจะคิดเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะใช้อำนาจที่มีในทางที่ถูกต้องที่ควรอย่างไร ถ้าคิดเพื่อตัวเองก็ไม่คุ้ม และจะแพ้แต่ถ้านำพลังมหาศาลที่มีมาสร้างความถูกต้องเป็นธรรม รัฐบาลก็จะอยู่ได้นาน ผู้คนสรรเสริญ การคิดชิงยุทธศาสตร์นี้ขอฝากไว้กับเพื่อนคนไทยทุกภาคส่วน -๔- PQET รัฐบาลอยู่นาน.... ถ้าคิดเชิงยุทธศาสตร์ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
18% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
16% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• รัฐบาล -- ไทย

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้