auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทยเป็นวัตถุประสงค์ร่วมกัน ความตื่นตัวทางสังคมและทางการเมืองของประชาชน กับเทคโนโลยีทางการสื่อสารสมัยใหม่ โอกาสจึงเป็นของคนไทยที่จะเชื่อมโยงกันหมดทั้งประเทศสร้างประเทศไทยยุคใหม่ ที่มีความเจริญอย่างแท้จริง แม้เป็นยุคศรีอาริยะก็ได้
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
สิ่งสำคัญที่สุด คสช. = คนไทยสื่อสารเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ประเวศ วะสี ๑. ประเทศไทยเหมือนประเทศ "เครื่องหลุด" จะเร่งเครื่องอย่างไร ๆ ก็วิ่งไปไม่ได้ เมื่อตอนคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี คราวหนึ่งให้จัดประชุมคนหนุ่มสาวที่ได้รับ ปริญญาเอก ๑,๐๐๐ คน เขาเชิญผมไปพูดด้วย ตอนหนึ่งผมพูดว่า "ประเทศไทย เหมือนประเทศเครื่องหลุด ท่านนายกฯจะเร่งเครื่องอย่างไรๆ ก็วิ่งไปไม่ได้" ท่านลอง นึกภาพรถยนต์ที่ส่วนประกอบหลุดจากกันเป็นส่วน ๆ จะเร่งเครื่องอย่างไรมันก็วิ่งไป ไม่ได้ แต่ถ้าประกอบเครื่องให้สมบูรณ์ เพียงแต่สตาร์ทเครื่องและขับรถก็ออกวิ่งไป ถึงไหน ๆ ก็ได้ สังคมไทย องค์ประกอบต่าง ๆ ไปคนละทางสองทางไม่สัมพันธ์กัน เช่นชุมชน ท้องถิ่น ระบบต่าง ๆ เช่น ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ระบบความยุติธรรม ระบบ การเมืองการปกครอง ระบบการสื่อสาร ล้วนหลุดลอยออกจากกัน ของอะไรที่ชำแหละขาดจากกัน เช่น ตำแหน่งวัว ตำแหน่งสุกร คือการทำให้ สิ้นชีวิต **ชีวิตคือการเชื่อมโยง** อวัยวะต่าง ๆ เชื่อมโยงกันหมด ทำให้มีชีวิต มีความเป็นคน เมื่อมีการเชื่อมโยงกันก็เกิดความเป็นปรกติ คือสุขภาพดี และอายุยืน ประเด็นสำคัญของประเทศไทย คือการประกอบเครื่องให้คนไทยทั้งหมด เชื่อมโยงกัน ถ้าเชื่อมโยงกันได้จะเกิด "คุณสมบัติใหม่" อะไร ๆ ก็ดีไปหมด และ ความดีเกิดง่ายเป็นวิสัย ๒. ตัวอย่างตำบลหัวง้ม เมื่อคนทั้งหมดเชื่อมโยงกัน ความดีก็เกิดเต็มพื้นที่ ที่ ตำบลหัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย เดิมผู้คนและองค์กรต่าง ๆ ก็ต่างคนต่างอยู่ไม่มา เชื่อมโยงกัน เช่น บ้านก็อยู่ส่วนบ้าน วัดก็อยู่ส่วนวัด โรงเรียนก็อยู่ส่วนโรงเรียน สถานีอนามัยก็ทำงานของตัวไป อบต.ก็อยู่ส่วน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็อยู่ส่วน ของตัวไป ในตำบลมีความดีค่อนข้างมาก เช่น การลักขโมย การพนัน ยาเสพติด มี นักเลงข่มเหงกัน และอกุศลกรรมอื่นๆ ต่อมาท่านพระครูสุจิณกัลป์ยานธรรมแห่งวัดศรีเมืองมูล ในตำบลนี้ ได้ พยายามชวนผู้คนในตำบลมาร่วมคิดร่วมทำ ใหม่ ๆก็ไม่ค่อยมีใครจะอยากมาร่วมกัน แต่จากความอดทน และความจริงใจของท่านพระครู ผู้คนก็เริ่มมารวมตัวกัน และ รวมตัวกันมากขึ้นๆ จนร่วมกันหมดทั้งตำบล ทั้งพระ ครู นายกอบต. กำนัน หมอที่ สถานีอนามัย ผู้นำชุมชน และพากันทำเรื่องดีๆ ทั้งตำบลมีการตั้ง "ธนาคารความ ดี" ใครทำดีอะไรก็เอาความดีมาฝากธนาคาร และเบิกไปใช้ได้ ความดีก็มีในทุก ๆมิติ เช่น การทำสัมมาชีพ การช่วยเหลือผู้อื่น การดูแลผู้สูงอายุ ดูแลคนพิการ ดูแล สิ่งแวดล้อม ทำงานทางวัฒนธรรม เป็นอาสาสมัคร ปฏิบัติธรรม ความดี กลายเป็นเครื่องเชื่อมโยงไปสู่ทุกเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การศึกษา ในตำบลมี "โรงเรียนผู้สูงอายุ" ที่ผู้สูงอายุไปเข้าเรียนร่วมกัน ไม่เหงา มีความสุข เด็กนักเรียนที่โรงเรียนก็ปฏิบัติธรรม และเชื่อมโยงกับเรื่องดีๆ ทั้งหมดในตำบล หมอที่สถานีอนามัยก็ทำงานสะดวกเพราะผู้คนร่วมมือกันทั้งตำบล กำนันก็นั่งยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเมื่อผู้คนทั้งตำบลพากันทำเรื่องดีๆ กำนันก็ สบาย ตรงข้ามถ้าในตำบลมีเรื่องร้ายๆ กำนันก็เหนื่อยมากและอาจถึงเลือดตกยาง ออก เมื่อชาวหัวงัมเชื่อมโยงกันหมดอย่างนี้ จะทำอะไรดีๆเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องไม่ยาก แล้ว เรื่องดีๆคอยจะเกิดขึ้นเองเป็นอัตโนมัติด้วยซ้ำไป ทั้งนี้เพราะชาวหัวงัมใช้ อปริหานิยธรรม หรือธรรมะเพื่อความเจริญ ที่พระ พุทธองค์ตรัสสอนเป็นอันมากเมื่อประทับบนเขาคิชฌกูฏ เป็นครั้งสุดท้าย อปริหานัย ธรรม คือ ธรรมะเพื่อการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ๓. คนไทยเชื่อมโยงกันทั้งประเทศปฏิรูปประเทศไทย-โอกาสของคนไทยในการ สร้างประเทศไทยยุคใหม่ การเชื่อมโยงทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่ ฮัยโดรเจ็นกับออกซิเจนเชื่อมโยงกัน (H2O) ทำให้เกิดน้ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิงต่างจากคุณสมบัติของฮัยโดรเจ็นและออกซิเจน อวัยวะต่างๆเชื่อมโยงกันเกิด "ความเป็นคน" ความเป็นคนเป็นคุณสมบัติใหม่ต่างจากคุณสมบัติของอวัยวะ เมื่อคนในตำบลหัวง้มเชื่อมโยงกัน ตำบลหัวง้มก็มีคุณสมบัติใหม่ ดังกล่าว ถ้าคนไทยเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ประเทศไทยก็มีคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง แต่เดิม คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ใหญ่ร่วมกัน มีแต่ของบุคคล กลุ่ม พวกพรรค องค์กร สถาบัน แตกต่างและทอนกำลังกัน ทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างที่เป็น แต่บัดนี้ โอกาสอยู่ต่อหน้าประเทศไทย ที่คนไทยจะเชื่อมโยงกันทั้งประเทศได้ เพราะเหตุ ๓ ประการ คือ (๑) การปฏิรูปประเทศไทย เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายมีความต้องการเป็นครั้งแรกที่คนไทยทุกฝ่ายมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน (๒) กระบวนการทางสังคมที่ปูพื้นฐานมา ๓ ทศวรรษ และความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน (๓) เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ความคิดทางสังคมเริ่มมานาน จากปัญญาชนบางท่าน ย้อนหลังไปถึงสมัยร.๕ แต่ยังไม่มีพลัง กระบวนการทางสังคมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ใน ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพโดยสภาทนายความ กระบวนการชุมชน กระบวนการท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด นิเวศชุมชน สิทธิชุมชน เกษตรยั่งยืน สภาองค์กรชุมชน สถาบันการเงินชุมชน สมัชชาสุขภาพจังหวัด สมัชชาปฏิรูป กระบวนการชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการตนเอง มีองค์กรที่สนับสนุนกระบวนการชุมชนเข้มแข็งทั้งของรัฐและเอกชน จำนวนมาก เช่น กรมพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถาบันส่งเสริมองค์กรชุมชน (พอช.) สถาบันพระปกเกล้า สภาพัฒนาการเมือง สสส. ฯลฯ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคม วิกฤตการณ์ทางการเมืองได้ทำให้ประชาชนจำนวนมาก ตื่นตัวทางการเมืองไม่ว่าจะเรียกว่าเสื้อสีอะไร หรือไม่มีสีก็ตาม เมื่อก่อนเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของคนจำนวนน้อย เมื่อประชาชนจำนวนมากตื่นตัวทางการเมืองประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คนเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุนให้ยกระดับไปเป็นพลังพลเมืองที่มีคุณภาพ เมื่อปัจจัยทั้ง ๓ มาบรรจบกัน คือ การปฏิรูปประเทศไทยเป็นวัตถุประสงค์ร่วมกัน ความตื่นตัวทางสังคมและทางการเมืองของประชาชน กับเทคโนโลยีทางการสื่อสารสมัยใหม่ โอกาสจึงเป็นของคนไทยที่จะเชื่อมโยงกันหมดทั้งประเทศสร้างประเทศไทยยุคใหม่ ที่มีความเจริญอย่างแท้จริง แม้เป็นยุคศรีอาริยะก็ได้ ๔. คสช. ควรส่งกระแสนโยบาย ให้คนไทยรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ในทุกพื้นที่ในทุกองค์กร และในทุกประเด็น เพื่อปฏิรูปประเทศไทย ควรนำโดยผู้บริหารประเทศ ผนวกกับกระบวนการสังคม ที่พร้อมจะเกิดอยู่แล้ว จะทำให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าร่วมในการปฏิรูปประเทศ กระบวนการปฏิรูปโดยคนไทยทั้งประเทศ จะเอื้ออำนวยและกำกับให้สภาปฏิรูปแห่งชาติทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ และเป็นประกันว่าการปฏิรูปจะไม่ล้มเหลว กระบวนการทางสังคมปฏิรูปประเทศไทยจะทำงานต่อไปในระยะยาว หรือตลอดไป พันอายุขัยของสภาปฏิรูปแห่งชาติ คสช. จึงควรส่งกระแสนโยบายให้คนไทยทุกภาคส่วนรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ และเชื่อมโยงกันในการปฏิรูปประเทศไทย ๕. ยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อการปฏิรูป คสช. ควรทำยุทธศาสตร์การสื่อสารโดยมีผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารและเข้าใจเรื่องการปฏิรูป ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทั้งประเทศ (๑) มีจินตนาการใหม่ประเทศไทย หรือมีความฝันใหญ่ (Big Dream) ว่าเขาฝันเห็นประเทศไทยที่ดีงามสุด ๆอย่างไร แล้วรวบรวมสังเคราะห์ ความฝันร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ ถึงประเทศไทยในอุดมคติว่าเป็นอย่างไร แล้วนำภาพประเทศไทยยุคใหม่ที่คนไทยต้องการ ออกไปสู่การรับรู้ของคนไทยทั้งชาติโดยกว้างขวางโดยสื่อในรูป ต่างๆ รวมทั้งผ่านทางศิลปะ เช่น เพลง จิตรกรรม ประติมากรรม ละคร ภาพยนตร์ ที่ คนดูกันทั้งประเทศ เพื่อสร้างความมุ่งมั่นร่วมกันทั้งชาติ (๒) ให้ประชาชนช่วยคิดว่าถ้าจะบรรลุการสร้างประเทศไทยตามอุดมคติในข้อ (๑) จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรในเรื่องใหญ่ๆ ก็จะได้เรื่องใหญ่ๆที่ควรทำที่ ประชาชนร่วมคิดออกมา (๓) ในแต่ละเรื่องใหญ่ๆ ที่จะทำให้สำเร็จนั้นทำอย่างไร ระบบการสื่อสารนั้นควรรับความคิดเห็นมาจากประชาชนทั่วประเทศเอามาจัด หมวดหมู่ว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วส่งเรื่องนั้นๆ ไปสู่ผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ปฏิบัติ หรือส่ง ให้สาธารณะช่วยกันปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดีขึ้นอีกให้พร้อมปฏิบัติยิ่งขึ้น ยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยนี้ ถ้าทำได้ดี จะต่อเชื่อมคน ไทยทั้งหมดเข้าด้วยกัน เมื่อคนไทยสื่อสารเชื่อมโยงกันหมดทั้งประเทศ ประเทศไทย ก็มีคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง PCE T สิ่งสำคัญที่สุด คสช. = คนไทยสื่อสารเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ประเทศไทย
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้