auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

เส้นทางอนาคตประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับประเทศไทยต้องปฏิรูปจากสังคมอำนาจไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเปลี่ยนสัมพันธภาพเชิงอำนาจไปเป็นสัมพันธภาพเชิงการเรียนรู้ ซึ่งจะปลดปล่อยผู้เรียนไปสู่อิสรภาพ ความดี ความงาม ความสุข มิตรภาพ และปัญญา

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# เส้นทางอนาคตประเทศไทย (๑) ## ประเวศ วะสี (๑ มิ.ย. ๒๕๕๗) สรรพสิ่งมีเหตุเป็นแดนเกิด และดับ จึงเป็นอนิจจัง มีขึ้นมีลงและผันแปร จากจุด ณ วันนี้ สังคมไทยจะไปกันอย่างไรต่อไป ขึ้นกับสติปัญญาและความพยายามโดยรวมของคนไทย ถ้า ช่วยกันคิดช่วยกันทำน่าจะดี ต่อไปนี้ เป็นข้อคิดเห็นอย่างหนึ่ง ในท่ามกลางความหลากหลาย ## ๑. ### สภาพวิกฤตประเทศไทย - รักษาบูรณภาพไม่ได้ ก่อนการยึดอำนาจ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สภาพวิกฤตประเทศไทยอาจสรุปได้เป็น ๔ อาการ คือ แตกแยก รุนแรง เน่าหนอน ล้มเหลว แตกแยก มีการสื่อสารปลุกระดมความเกลียดชังกันอย่างรุนแรง มีการเผยแพร่การหมิ่นพระ บรมเดชานุภาพกันอย่างแพร่หลาย ฝ่ายตรงข้ามประณามว่าเป็นขยะแผ่นดิน ที่จะต้องขจัด ฯลฯ รุนแรง มีการสะสมอาวุธและใช้อาวุธสงครามกันเต็มบ้านเต็มเมือง ก่อความรุนแรงกันเป็น ประจำ คิดจะยิงจะระเบิดอะไรก็ทำกันได้โดยไม่ถูกจับกุม เสมือนเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ถ้า เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ท้ายการก่อความรุนแรง ความรุนแรงจะรุนแรงยิ่ง และมีข่าวว่ามีกองกำลัง ติดอาวุธเถื่อนปฏิบัติการอยู่ เน่าหนอน มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเต็มบ้านเต็มเมือง ตั้งแต่กินหัวคิวไปจนถึงคอร์รัปชั่นเชิง นโยบายเป็นแสน ๆ ล้าน เกิดความเน่าเฟะไปหมดทั้งประเทศ ล้มเหลว ระบบรัฐทั้งทางการเมืองและราชการมีสมรรถนะต่ำ มีความไม่ถูกต้องสูง แก้ปัญหา อะไรเกือบไม่ได้ ปัญหา ๔ ประการนี้ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถรักษาบูรณภาพและดุลยภาพของ ประเทศไว้ได้ จ่ออยู่ที่การล่มสลายเกิดมิคสัญญีกลียุค ระส่ำระสายทั่วไป เป็นสภาพที่ "สยามไม่ อยู่ยั้งยืนยง" ## ๒. ### เรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้า-การรักษาบูรณภาพของประเทศ ถ้าประเทศไทยแตกคราวนี้จะยิ่งกว่าครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก เพราะเป็นการแตกจาก ภายในและทั่วถึงทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าคือการรักษาบูรณภาพของ ประเทศ โดยขจัดความแตกแยก ความรุนแรง ความเน่าหนอน และความล้มเหลว ทั้งหมดเป็นเรื่องยากสุดๆ ที่ไม่มีใครทำได้ นอกจากคนไทยรวมตัวกันเป็นพลังบูรณ ภาพแห่งชาติ จึงจะมีกำลังพอที่จะรักษาบูรณภาพของประเทศไว้ได้ ความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นของดี แต่ควรจะรวมกันเป็นเอกภาพที่การรักษาบูรณ ภาพของประเทศ เหมือนร่างกายของเราที่มีความหลากหลายสุดประมาณแต่รวมกันเป็นหนึ่ง เดียวกัน คือชีวิตที่มีปรกติภาพ เรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าตอนนี้ คือคนไทยรวมตัวกันขจัดความแตกแยก ขจัดความ รุนแรง อาจถึงขั้นต้องสร้างประเทศไทยปลอดอาวุธ ขจัดคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง และขจัดความ ไร้สมรรถนะของภาครัฐ อะไรที่สำคัญ ๆ แต่ทำไม่ได้ติดขัดไปหมด ต้องมีพลังบูรณภาพแห่งชาติ ที่จะทำให้ได้โดยรวดเร็ว เพื่อนำร่องการปฏิรูปสมรรถนะของประเทศที่จะต้องตามมา พลังบูรณภาพจะเกิดขึ้นจากความหลากหลายรวมตัวกันขึ้น ไม่เกิดจากอำนาจดิ่งเดี่ยว ประเด็นสำคัญตรงนี้จึงอยู่ที่การที่ทุกฝ่ายจะเข้ามารวมตัวร่วมคิดร่วมทำในการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าของประเทศ การวางกฎกติกาและกลไกที่จะเลือกตั้งกันต่อไป รวมทั้งอาจต้อง พิจารณาถึงการมีการทดลองมีระบบการเมืองในรูปใหม่เป็นการชั่วคราว นั่นคือการตั้งรัฐบาล แห่งชาติ โดยให้สังคมเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะการแบ่งเป็น ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะการแบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายค้านอย่างตายตัว ที่ผ่านมานำไปสู่ความแตกแยกมากเกินไป สังคมที่ตื่นตัวและเข้มแข็ง อาจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ดีกว่าฝ่ายค้านในรัฐสภา ## ๓. ### เรื่องเร่งด่วน-แก้เรื่องความทุกข์ยากของคนจน ๓.๑ สร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกันทั้งประเทศภายใน ๑ เดือน ให้ อบต. หรือเทศบาล ตำบลทุกแห่งสำรวจตำบลของตนให้เสร็จภายใน ๒ สัปดาห์ ว่าใครอยู่ในสถานะถูกทอดทิ้งบ้าง เช่น คนแก่ คนพิการ เด็กกำพร้า จัดให้มีกองทุนสุขภาพตำบล ซึ่งสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยินดีจ่ายสมทบเป็นรายหัวประชากรอยู่แล้ว โดย อบต. หรือ เทศบาลออกสมทบอีก และมีอาสาสมัครดูแลหมดทุกคน ๓.๒ ปฏิรูปที่ดิน ให้คนจนมีที่อยู่อาศัยและทำมาหากินครอบครัวละ ๒-๓ ไร่ก็พอกิน ถ้าทำ แบบเศรษฐกิจพอเพียง หอการค้าไทยได้ทำโครงการ ๑ ไร่ ๑ แสนบาท ประสบความสำเร็จ อย่างดี ถ้าเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานมีที่ดินสำหรับอยู่อาศัยและทำมาหากิน จะหายจนอย่าง ถาวร มีความมั่นคงในชีวิต พัฒนาเป็นพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง อันเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของ ประเทศ เรื่องนี้ต้องร่วมกันทำให้ได้จริงๆ ๓.๓ สนับสนุนให้คนจนมีเครื่องมือเชิงสถาบัน ขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจมีเครื่องมือเชิง สถาบันเพียบ คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีเครื่องมือเชิงสถาบันเลย ทำให้สร้าง ความเป็นธรรมและแก้ความเหลื่อมล้ำไม่ได้ เครื่องมือเชิงสถาบัน เช่น สถาบันการเงินของ ชุมชน ซึ่งก็คือธนาคารของคนจน โดยคนจน และเพื่อคนจนนั่นเองที่กำลังทดลองทำกันใน หลายชุมชน สถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบลที่เข้มแข็ง กลายเป็นเครื่องมือในการจัดการ ออมทรัพย์ กระตุ้นการเรียนรู้ ส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมสวัสดิการชุมชน บางชุมชนถือว่าความดี เป็นเครดิตใช้กู้เงินจากสถาบันการเงินของชุมชนได้ เรื่องดีๆ เช่นนี้สามารถขยายได้เต็มผืน แผ่นดินไทย ธกส. สามารถส่งเสริมให้เกิดสถาบันการเงินของชุมชนในทุกตำบลได้ในเร็ววัน ถ้าได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบาย เครื่องมือเชิงสถาบันของคนจนยังมีในรูปอื่น ๆ อีก ๓.๔ ยุติการใช้อำนาจบาตรใหญ่ย่ำยืคนเล็กคนน้อยคนยากจน อำนาจขนาดใหญ่ของรัฐและทุนมหาศาล ตกทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำแย่งชิงทรัพยากรจากคนเล็กคนน้อย คนยากจนในรูปของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้า การทำเหมือง ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ กระทบการทำมาหากินของชาวบ้าน และกระทบสุขภาพ และยังใช้ความรุนแรงจัดการกับชาวบ้าน ดังที่มีผู้นำในการต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากรของเขาถูกฆ่าตายไปหลายคน นอกจากนั้นเมื่อรัฐและทุนขนาดใหญ่ใช้อำนาจทางกฎหมายดำเนินคดีกับชาวบ้าน ด้วยช่องว่างระหว่างอำนาจอันมหึมาก็ไม่มีทางที่ชาวบ้านจะชนะคดี ดังที่มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีและตัดสินจำคุกด้วยข้อหาบุกรุกที่ดินของตัวเอง ความไม่เป็นธรรมเหล่านี้ได้สะสมความแค้นไว้ในสังคม การปฏิวัติจะต้องสร้างความเป็นธรรม ยุติอำนาจบาตรใหญ่ที่รุกรานย่ำยืคนเล็กคนน้อย คนยากจน ต้องเปลี่ยนแปลงจากปลาใหญ่กินปลาเล็กไปสู่รายใหญ่ช่วยให้รายย่อยแข็งแรง และอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ๔. เรื่องเร่งด่วน-ดับไฟใต้ ความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนใต้ได้คร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมากและยุติไม่ได้ เพราะขาดเอกภาพในยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ในยามนี้ต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยรวดเร็วด้วย ความมีเอกภาพในยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างอำนาจ รัฐที่รวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น การแก้ไขคือ การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจตามที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอแนะ ซึ่งจำเป็นต้องทำทั่วทั้งประเทศ ๕. ระเบียบวาระแห่งชาติ-ปฏิรูปประเทศไทย ท่ามกลางวิกฤตสุดๆ ได้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งขึ้น คือคนไทยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือปฏิรูปประเทศไทย การมีวัตถุประสงค์ตรงกันจะทำให้มีแรงขับเคลื่อนประเทศไทยออกจากอุปสรรคที่ขวางกั้นไปสู่ความเจริญที่แท้จริง ทุกภาคส่วนของสังคมไทยจึงควรร่วมกันทำให้การปฏิรูปประเทศไทยเป็นระเบียบวาระของชาติ การทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปได้สร้างผู้นำที่เข้าใจการปฏิรูปและประเด็นของการปฏิรูปไว้มากพอสมควร ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งต่อให้กระบวนการปฏิรูปประเทศไทยต่อไปง่ายขึ้น ในที่นี้จะไม่ลงรายละเอียดของเรื่องที่ควรปฏิรูป แต่จะยกบางประเด็นขึ้นมากล่าวย้ำ คือ (๑) วิสัยทัศน์และเป้าหมายของการปฏิรูป เพื่อสร้างประเทศไทยยุคศรีอาริยะที่มีความเจริญอย่างแท้จริง เป็นสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ มีประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ มีพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง มีระบบรัฐที่สุจริตและมีสมรรถนะสูง ประเทศมีความเป็นธรรม มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด คนไทยทุกคนมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ รัฐกับพลเมืองสามารถจัดการให้เกิดบูรณภาพและดุลยภาพในทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด ไปจนถึงระดับชาติ และกับนานาชาติ เป็นประเทศไทยยุคใหม่ที่เป็นยุคศรีอาริยะ (๒) การปฏิรูปการเมือง ให้เป็นประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ มีนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกสูง มีความรู้ความสามารถ ไม่ถูกครอบงำโดยอำนาจทุนหรืออำนาจนอกระบบอื่นใด พรรคการเมืองต้องมีโครงสร้างประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคล มีความเป็นสถาบัน คือมีความรู้ และความดีเป็นดีเป็นแบบอย่างแก่สังคม และคัดเลือกคนดีเข้าสู่การเมือง (๓) ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการปกครองที่รวมศูนย์ โดยคืนอำนาจไปให้ประชาชนปกครอง ตนเองให้ได้มากที่สุด ในรูปของชุมชนจัดการตนเอง ท้องถิ่นจัดการตนเอง จังหวัดจัดการ ตนเอง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้ยกร่าง **พรบ.** จังหวัดจัดการตนเองขึ้นมาแล้วและกำลัง รับฟังสาธารณะอยู่ในเวลานี้ (๔) จัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างท้องถิ่น ระบบราชการ และระบบการเมือง โดยท้องถิ่น เป็นอิสระ ระบบราชการ และระบบการเมือง มีหน้าที่สนับสนุนท้องถิ่น ระบบการเมืองบริหาร นโยบาย แต่ไม่ครอบงำระบบราชการทั้งเนื้อทั้งตัวแบบเดิม ระบบราชการควรเป็นอิสระ มี ศักดิ์ศรี มีความเป็นวิชาชีพ สามารถสนับสนุนท้องถิ่นเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ และ สนองตอบต่อนโยบายที่ดีของฝ่ายการเมืองและสามารถท้วงติงนโยบายที่ผิดพลาด การที่ระบบ การเมืองครอบงำระบบราชการอย่างหมดสิ้นอย่างที่แล้วมา แล้วระบบการเมืองขาดความรู้และ ความดีระบบราชการเศร้าหมองหมดสภาพไม่สามารถช่วยบ้านเมืองได้ และถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในทางมิชอบได้ง่าย ทั้งระบบราชการพลเรือน ตำรวจ และกองทัพ ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องจะช่วยให้บ้านเมืองเข้ารูปเข้ารอย (๕) พลังพลเมืองที่เข้มแข็ง ที่แล้วมาเราสนใจ แต่ "กลไกประชาธิปไตย" แต่ไม่สนใจ “สังคมประชาธิปไตย” จึงสร้างประชาธิปไตยไม่สำเร็จ สังคมประชาธิปไตยใหญ่กว่าและจะไป ควบคุมนักการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย อย่างในสหรัฐอเมริกา คนที่ต่างพร้อยแม้แต่เล็กน้อยจะ มาสมัครเป็นประธานาธิบดีหรือได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะสังคมไม่ยอมรับ ไม่ต้อง ไปอาศัยการตีความตามกฎหมายกันให้ยุ่งยาก ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็เป็นไม่ได้ พลังพลเมืองที่มีจิตสำนึก มีข้อมูล มีเหตุมีผล มีส่วนร่วมในกิจสาธารณะ คือ องค์ประกอบของสังคมประชาธิปไตย และทำให้เกิดประชาธิปไตยโดยสาระ พลังพลเมืองที่ เข้มแข็งคือปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศ การสร้างพลังพลเมืองควรเป็นระเบียบวาระ แห่งชาติที่ทุกฝ่ายช่วยกันขับเคลื่อนให้เป็นความจริง (๖) การต่อต้าน คอร์รัปชั่น ต้องเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากพลังพลเมืองที่เข้มแข็ง (๗) สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข็งแรงและเป็นธรรม ระบบเศรษฐกิจเป็นประดุจระบบ ไหลเวียนเลือดที่นำอาหารและพลังงานไปหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างทั่วถึงให้ทุกส่วนมีความเป็น ปรกติ เศรษฐกิจจึงต้องเข้มแข็งและมีความถูกต้อง ภาคธุรกิจกับการพัฒนาประเทศไทยคือ กุญแจ (๘) ปฏิรูประบบการศึกษา ระบบการศึกษาสำคัญมากแต่ปฏิรูปได้ยากมาก เพราะการเข้าไป คิดกับวิธีคิดและระบบที่คุ้นชินอย่างเหนียวแน่น ถ้าปฏิรูปได้จะเป็นพลังที่ฟื้นฟูบูรณะชาติในทุก ด้าน การปฏิรูปควรคำนึงถึงอย่างน้อย ๓ ประการคือ (ก) เปลี่ยนจากระบบควบคุมเป็นระบบส่งเสริมความงอกงาม ระบบราชการกับ ระบบการศึกษาไม่เข้ากัน เพราะระบบราชการคือ ระบบควบคุมส่วนการศึกษาเป็นความงอก งามอย่างหลากหลายไม่มีที่สิ้นสุด กระทรวงศึกษาจึงเทอะทะไปด้วยกลไกการควบคุมแทนที่จะ ไปส่งเสริมความงอกงามอย่างหลากหลาย การศึกษาและสติปัญญาของคนไทยจึงถูกบอนไซ ถึงเวลาที่จะปล่อยการศึกษาไปสู่ความงอกงามอย่างเต็มที่ตามธรรมชาติ (ข)การศึกษาต้องสร้างบุคลิกของคนไทย ที่แล้วมาการศึกษามุ่งท่องวิชาอย่างเดียว ไม่ได้มุ่งสร้างบุคลิกของคนไทยเลย คนไทยและสังคมไทยจึงอ่อนแอ ถ้าการศึกษาทั้งระบบมุ่ง สร้างบุคลิกคนไทยประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงโดยรวดเร็ว บุคลิกของคนไทยที่พึงประสงค์ก็ เช่น ความสุจริต ความมีจิตสาธารณะ ความมีเหตุผล ความขยันหมั่นเพียร การเห็นคุณค่าของ งาน ทำงานเป็น จัดการเป็น เป็นบุคคลเรียนรู้ มีความเป็นผู้นำ หรือความเป็นพลเมือง ทั้งหมด นี้ทำไม่ได้ด้วยการท่องหนังสือ แต่ต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติ (ค) เปลี่ยนฐานการเรียนรู้จากการท่องหนังสือไปสู่การเรียนรู้จากชีวิตจริง ปฏิบัติ จริง การศึกษาในรอบร้อยปีเศษที่ผ่านมามีฐานการเรียนรู้จากตำรา ทำให้ไม่เข้าใจความจริง ของชีวิต ความจริงของประเทศไทย ทำงานไม่เป็น จัดการไม่เป็น ไม่มีทางเป็นผู้นำ ทำให้ ประเทศอ่อนแอทุกทาง ควรเปลี่ยนฐานการเรียนรู้มาเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ตำรา เป็นตัวประกอบ ถ้าเปลี่ยนตรงนี้ได้ประเทศจะเข้มแข็งขึ้นทุก ๆทาง (๙.) ปฏิรูประบบความยุติธรรม เรื่องนี้ยากที่สุดเพราะระบบความยุติธรรมมีความซับซ้อน มากยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ต้องปฏิรูปให้ได้เพราะความยุติธรรมสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ การเรียนรู้จากการจัดกระบวนการและองค์กรในการปฏิรูประบบสุขภาพน่าจะมี ประโยชน์ (๑๐.) ปฏิรูปสมรรถนะของระบบรัฐ ระบบราชการซึ่งตั้งมานาน บัดนี้คร่ำคร่า ล้าสมัย มี สมรรถนะต่ำ มีความไม่ถูกต้องสูง ไม่สามารถทำงานกับสังคมปัจจุบันที่มีปัญหาสลับซับซ้อน และยากให้ได้ผล เป็นปัจจัยให้ประเทศไทยวิกฤต ในการปฏิรูปประเทศคราวนี้ต้องมีการปฏิรูป ระบบราชการให้ได้ ให้เป็นเครื่องมือที่มีสมรรถนะและศีลธรรม (๑๑) ปฏิรูปวิธีคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่สุดเรื่องหนึ่ง แต่ก็จำเป็น สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจ นิยมจึงมีความคิดเชิงอำนาจ ขาดการใช้ข้อมูลหลักฐาน ความเป็นเหตุเป็นผล จึงไม่เกิดปัญญา และใช้ปัญญา แต่ใช้อารมณ์ความรู้สึกและความรุนแรง ไม่เห็นความงามของความหลากหลาย ตามความเป็นจริง จิตใจจึงไม่เป็นอิสระแต่ตกอยู่ใต้ความบีบคั้นของความคับแคบ ต้องปฏิรูปจากสังคมอำนาจไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเปลี่ยนสัมพันธภาพเชิงอำนาจ ไปเป็นสัมพันธภาพเชิงการเรียนรู้ ซึ่งจะปลดปล่อยผู้เรียนไปสู่อิสรภาพ ความดี ความงาม ความสุข มิตรภาพ และปัญญา การศึกษาต้องเรียนรู้วิธีคิด ไม่ใช่ท่องจำอย่างเดียว การสื่อสารที่ดีจะต้องกระตุ้นให้คน คิดเป็น เป็นต้น (๑๒.) ยุทธศาสตร์การสื่อสารกับการปฏิรูปประเทศ ขณะนี้มีช่องทางการสื่อสารมากจนใน อนาคตอันใกล้จะสามารถสื่อสารถึงกันหมดพร้อมกันทันที เป็นโอกาสที่จะทำเรื่องยาก ๆ ที่ทำ ไม่ได้ในอดีต ควรจะมีกลุ่มนักยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อการปฏิรูปที่เข้าใจเรื่องการสื่อสาร และ เข้าใจประเด็นสำคัญประเทศไทยทำการสังเคราะห์ "สาร" ที่มีเสน่ห์ โดนใจผู้คน ก่อให้เกิด จินตนาการใหม่ จิตสำนึก และฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคใหม่ อันเป็นยุคศรีอริยะ ถ้าทำยุทธศาสตร์การสื่อสารได้ดี ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าที่ คิด นี่เป็นเพียงข้อคิดเห็นของคนคนหนึ่ง ถ้ามีการคิดกันอย่างหลากหลายและเข้มข้นถึง ระดับหนึ่ง ความหลากหลายที่เข้มข้นจะก่อตัวเอง (Self-organized) เป็นพลังชนิดใหม่ที่ ขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จ วิกฤตเป็นโอกาส วิกฤตสุดๆก็เป็นโอกาสสุดๆ ขอให้คนไทยใช้วิกฤตการณ์รวมตัวร่วมคิดร่วมทำปฏิรูป ประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศไทยยุคใหม่หรือยุคศรีอาริยะ ......................................................................................... PQET เส้นทางอนาคตประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

1 June 2014

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
26% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
17% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ประเทศไทย

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

1 June 2014

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้