auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

หลังเลือกตั้งความรุนแรงจะกลับมาอีกนอกจาก....

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับภายหลังจากการมีรัฐธรรมนูญ 2558 และการเลือกตั้ง มีผู้เกรงกันว่าการเมืองก็จะกลับไปคล้ายๆเดิมและเกิดความรุนแรงขึ้นอีก เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงก็ยังอยู่และยากต่อการแก้ไข

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# หลังเลือกตั้งความรุนแรงจะกลับมาอีกนอกจาก ... ## ประเวศ วะสี ภายหลังมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๘ และการเลือกตั้ง มีผู้เกรงกันว่าการเมืองก็จะกลับไป คล้าย ๆเดิมและเกิดความรุนแรงขึ้นอีก เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดความรุนแรงก็ยังอยู่และยากต่อ การแก้ไข เราควรพิจารณาปัจจัยที่นำไปสู่ความรุนแรงและวิธีแก้ไข ## ก. องค์ประกอบและเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ความรุนแรงทางการเมือง (๑.) ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่คนชั้นล่างจำนวนมากยากจนเกิน (๒.) ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรของคนจำนวนมากที่ยากจนเหล่านี้ คือผู้ที่เข้าไป อุปถัมภ์ราษฎรที่ยากจน เขาอาจไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำหน้าที่นิติบัญญัติหรือ บริหารประเทศแต่เขาเป็นคนที่จะได้รับเลือกตั้ง การที่จะได้รับการเลือกตั้งต้องใช้ทุนเป็น จำนวนมาก จึงมีนายทุนใหญ่ที่มาลงทุนให้ และได้รับความภักดีจาก สส. เหล่านี้ ซึ่งเป็น ฐานส่งให้เจ้าของทุนเป็นนายกรัฐมนตรี และสามารถบงการได้ทุกอย่าง ทำให้เงินขนาด ใหญ่มีอำนาจทางการเมือง แต่คุณภาพและความสุจริตของนักการเมืองที่มาโดยระบบ แบบนี้มีปัญหา ทำให้ชนชั้นกลางในเมืองไม่พอใจนักการเมืองแบบนี้ นั่นเป็นกรณีทั่ว ๆ ไป สำหรับคุณทักษิณเป็นกรณีพิเศษ ที่มีบุคลิกเด่นกว่านายทุน อื่น ๆ คือมีเงินมาก คิดเก่ง คิดเร็ว ตัดสินใจเด็ดขาด กล้าได้ กล้าเสีย มีความ ทะเยอทะยานใหญ่ (แบบเมกาโล) หาประโยชน์เก่ง กล้าท้าทายคนที่มีบารมีและอำนาจ มากกว่าตน พูดจาแบบแบ่งข้างแบ่งขั้ว ทำให้สังคมเกิดแบ่งข้างกันอย่างรุนแรงอย่างไม่ เคยมีมา เป็นพวกรักทักษิณ กับพวกเกลียดทักษิณ สำหรับพวกเกลียดทักษิณ นอกจาก มีข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่นแล้ว ยังมองว่าทักษิณมีพฤติกรรมสนับสนุนพวกต่อต้าน สถาบัน (๓.) ผู้มีอุดมการณ์การเมืองฝ่ายซ้ายที่ต่อต้านสถาบัน ผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองฝ่าย ซ้ายคือผู้ที่เห็นใจคนจนและรักความเป็นธรรม ผู้มีอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายมีช่วงกว้างอย่างที่ พูดกันว่าซ้ายสุด ซ้ายกลาง ๆ ซ้ายอ่อน ๆ คนที่ซ้ายสุด ๆก็เห็นว่าบ้านเมืองต้อง เปลี่ยนแปลงด้วยความรุนแรง ดังเช่น พรรคคอมมูนิสต์แห่งประเทศไทยที่ต่อสู้กับอำนาจ รัฐด้วยอาวุธ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓ ได้นำอดีต คอมมูนิสต์กลับเข้าเมืองมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ฝ่ายซ้ายส่วนหนึ่งต่อต้านสถาบัน อยู่ในรูปนักการเมืองบ้าง นักวิชาการบ้าง สื่อมวลชนบ้าง นักเคลื่อนไหวบ้าง แต่ไม่ค่อยมีพลัง ส่วนหนึ่งจึงมีนวัตกรรม คือคิดไปใช้ นายทุนใหญ่อย่างทักษิณเป็นเครื่องมือ เพราะเห็นว่าทักษิณมีพลังมากและมีความ ทะเยอทะยานสูง ทำให้เกิดภาพว่ารัฐบาล (ทักษิณ) หนุนหลังพวกต่อต้านสถาบัน (๔.) การที่ฝ่ายไม่พอใจสถาบันมีการจับจ้วงสถาบันแพร่หลายมากขึ้น มีความเชื่อกัน ว่า รัฐบาล (ทักษิณ) ให้ท้ายหรือไม่ทำอะไร สิ่งนี้ไปกระตุ้นความไม่พอใจฝ่ายสถาบัน นิยมอย่างกว้างขวาง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ต่อต้านรัฐบาลทักษิณ จนนำไปสู่การรัฐประหาร ๒๕๔๙ ก็ดี พลังมวลมหาประชาชน หรือ กปปส. ที่ต่อต้าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปี ๒๕๕๖ - ๗ ที่ขยายใหญ่โตเป็นเรือนล้าน ก็ดี ประเด็นร่วมใหญ่ คือ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (๕.) การสื่อสารที่ไม่ใช้หลักสัมมาวาจา หลักสัมมาวาจา ตามที่พระพุทธเจ้าสอน คือ (๑) จะพูดอะไรต้องเป็นความจริงมีที่มา มีที่อ้างอิง (๒) พูดเป็นปิยววาจา (๓) พูดถูกกาลเทศะ (๔) พูดแล้วเกิดประโยชน์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง จะเห็นว่าการสื่อสารห่างไกล จากการเป็น สัมมาวาจา เช่นไม่จริงไม่มีที่มาที่อ้างอิง ไม่เป็นปิยววาจา พูดส่อเสียด ยุยงให้เกลียดชัง แตกแยก แบ่งข้างแบ่งขั้ว ไม่คำนึงถึงการเกิดปัญหา การสื่อสารแบบนี้ทำให้สังคมเสื่อม จางปัญญา เกิดความแบ่งแยก และเกลียดชังกันมากขึ้น นำไปสู่ความรุนแรง (๖.) ตำรวจไม่หรือไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมาย ปล่อยให้มีการสะสมอาวุธ สงครามเต็มบ้านเต็มเมือง และมีการใช้อาวุธทำร้ายกัน เช่นยิงปืน ขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุม ใช้อาวุธปืนเข้าปะทะกัน มีผู้เชื่อว่าการที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ใช้อาวุธก่อความ รุนแรง เพราะอิทธิพลทางการเมืองหรือเลือกข้างทางการเมือง ดังที่มีคำว่ารัฐตำรวจ คำ ว่ารัฐตำรวจก่อให้เกิดความสะพรึงกลัวว่าความรุนแรงจะบานปลายกลายเป็นมิคสัญญีกลี ยุค ความเกรงว่าจะเกิดมิคสัญญีกลียุคทำให้กองทัพก้าวเข้ามาระงับความขัดแย้ง **ข. หลังเลือกตั้งความรุนแรงจะกลับมาอีก นอกจาก....** หลังมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๘ และมีการเลือกตั้ง ความรุนแรงทางการเมืองจะกลับมาอีกหรือไม่ น่าจะกลับมาอีก ถ้าปัจจัยทั้ง ๖ ดังกล่าวข้างต้นยังไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ (๑.) ความเหลื่อมล้ำจะยังคงอยู่ เพราะแก้ไขยากมาก ลองอ่านหนังสือของ Joseph Stiglitz และของ Thomas Piketty ดูว่าความเหลื่อมล้ำแก้ยากเพียงใด แม้ใช้ความรุนแรง เช่น ปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ.1789 ปฏิวัติรัสเซียเมื่อ ค.ศ.1917 หรือปฏิวัติเขมรแดงก็แก้ความ เหลื่อมล้ำไม่ได้ (๒.) พฤติกรรมของนักการเมืองและของคุณทักษิณก็คงไม่เปลี่ยน (๓.) ผู้มีอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายที่ไม่นิยมสถาบันก็คงไม่เปลี่ยน (๔.) การจาบจ้วงสถาบันก็หลบเลี้ยวลงใต้ดิน และมิรับรูปแบบ (๕.) การสื่อสารที่ขาดสัมมาวาจาก็ยังทำต่อไป เดี๋ยวนี้ก็ยังทำ (๖.) ระบบตำรวจถ้าไม่ปฏิรูป ก็เลือกข้างทางการเมือง หรือถูกอิทธิพล ทางการเมืองเข้า ครอบงำต่อไป **ค. นอกจากจะสลายเหตุปัจจัยของความรุนแรงทางการเมือง** (๑.) ทุกฝ่ายต้องเข้ามาทำงานเรื่องลดความเหลื่อมล้ำอย่างจริงจัง ควรศึกษาจาก ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดในโลก ในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศที่มีความ เหลื่อมล้ำมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา รองลงไปคืออังกฤษ ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำ น้อยที่สุดคือญี่ปุ่น รองลงไปคือประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เราควรศึกษาเหตุปัจจัยที่เพิ่ม และลดความเหลื่อมล้ำในประเทศต่าง ๆเหล่านี้ (๒.) หาทางลดอิทธิพลของเงินขนาดใหญ่ที่มีต่อการเมือง (๓.) สังคมไทยควรยอมรับผู้มีอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย ว่ามีความสำคัญในการลดความเหลื่อม ล้ำเพราะฝ่ายซ้ายเห็นใจคนจนและรักษาความเป็นธรรม สังคมที่ปฏิเสธฝ่ายซ้ายและเอียง ขวาจัดจะเหลื่อมล้ำมากขึ้น ฝ่ายมีอำนาจในประเทศไทยเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้มีอุดมการณ์ ฝ่ายซ้ายเรื่อยมา นับตั้งแต่อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ จิตรภูมิศักดิ์ และคนอื่นๆ ผู้นำกรรมกร ผู้นำชาวนา นักวิชาการ นักศึกษา ที่มีหัวเอียงซ้าย ถูกเข่นฆ่าไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง ๖ ตุลาคม ความรุนแรงที่มีต่อฝ่ายซ้ายเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งให้มีความแตกแยกและความรุนแรงทางการเมืองในปัจจุบัน น่าจะถึงเวลาที่สังคมไทยจะยอมรับว่าแก่นแกนของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายแดงคือการเห็นใจคนยากจนและการรักษาความยุติธรรม อุดมการณ์เช่นนี้มีคุณค่าต่อการพัฒนาบ้านเมืองโดยเฉพาะถ้าการลดความเหลื่อมล้ำจะต้องเป็นระเบียบวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามาทำร่วมกัน ผู้ที่มีอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายควรสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเปิดเผย สันติ มีเหตุมีผล สังคมไทยต้องดำรงอยู่ร่มกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหลาย (๔.) ควรมีกติการ่วมกันว่าจะไม่มีการโจมตีลบหลู่สถาบันอย่างหยาบคาย เพราะไม่มีผลดีอันใด มีแต่จะไปกระตุ้นต่อมผู้ที่เขารักสถาบันให้ลุกฮือมาต่อต้าน อาจหลุดไปเกิดกรณีเช่นอินโดนีเซียเมื่อ ค.ศ. 1965 ควรต้องยอมรับว่าจะไปบังคับกันไม่ได้เป็นธรรมดาที่มีผู้นิยมชมชอบสถาบันบ้าง ผู้ไม่นิยมบ้าง แต่ไม่ควรใช้ความหยาบคายแต่ใช้ความสุภาพแสดงเหตุผลและความรู้ ว่าประเทศประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างอังกฤษ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น เขามีกฎหมาย กฎ ระเบียบ และประเพณีปฏิบัติเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับการเมือง กับระบบราชการ และกับสังคมอย่างไร เราต้องช่วยกันทำให้สถาบันไม่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมอาริยประชาธิปไตย (๕.) ส่งเสริมการสื่อสารด้วยสัมมาวาจา สังคมไทยควรพัฒนาการสื่อสารด้วยสัมมาวาจาตามพุทธวจนะให้ได้ คือ (๑) สื่อความจริงมีที่มามีที่อ้างอิง (๒) สื่อเป็นปิยวาจา ไม่ส่อเสียด เสี้ยม ยุยงให้เกลียดชัง (๓) ถูกกาละเทสะ (๔) สื่อแล้วเกิดประโยชน์ ต้องผ่านการใคร่ครวญถึงคุณและโทษ ความยุติธรรม จะทะเลาะกันก็ไม่ว่า ขอให้ใช้ความจริงและคำนึงถึงความยุติธรรมต่อผู้อื่น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องยากมาก แม้เราจะรับศีลข้อ มุสาวาทาเวรมณีสิกขา กันบ่อยๆ แต่สัมมาวาจาก็ไม่ใช่วิสัยในสังคมไทย ก็ขอฝากไว้ให้ช่วยกันพิจารณาอย่างลึกซึ้งถ้าทำได้จะเป็นก้าวใหญ่ไปสู่สังคมอาริยประชาธิปไตย (๖.) ควบคุมการมีอาวุธสงครามและการใช้ความรุนแรง สังคมไทยต้องปลอดอาวุธและไม่ใช้ความรุนแรงเข้าเช่นฆ่ากัน ต้องปฏิรูประบบตำรวจให้ปลอดการเมืองและเป็นวิชาชีพ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างแท้จริง เป็นที่รักของประชาชน คงไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองกลับไปสู่ความรุนแรงอีกหลังเลือกตั้ง แต่ถ้าเหตุปัจจัยให้รุนแรงยังอยู่ก็จะรุนแรง ถ้าไม่อยากให้รุนแรงก็ต้องทำความเข้าใจเหตุปัจจัยที่ทำให้รุนแรงและแก้ไขเสีย ซึ่งจะทำได้ต้องใช้ปัญญาและความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ความเกลียดชังระงับความรุนแรงไม่ได้ PQET หลังเลือกตั้งความรุนแรง จะกลับมาอีกนอกจาก... ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
16% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
12% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
8% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้