auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

องค์กรสาธารณสุขที่ลงตัว โดยเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการปฏิวัติสัมพันธภาพคือการเปลี่ยนจากสัมพันธภาพเชิงอำนาจทางดิ่งมาเป็นสัมพันธภาพทางราบที่ผู้คนสัมพันธ์กันด้วยกัลยาณมิตรธรรม การปฏิรูประบบสุขภาพในประเทศไทยเป็นเรื่องใหญ่มากอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรมใหม่และการปฏิวัติสัมพันธภาพ ขอให้ใช้ความจริงและความเป็นเหตุเป็นผล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# องค์กรสาธารณสุขที่ลงตัว ## โดยเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ### ประเวศ วะสี "การชมหรือการติเตียนไม่ใช่ธรรมะ" พระพุทธองค์ "ธรรมะคือการเรียนรู้ว่าอะไรทำให้เกิดอะไร" หรือความเป็นเหตุเป็นผล หรือความเป็น เหตุปัจจัย หรือกระบวนการทางปัญญา ๑. กระบวนการทางปัญญากับกระบวนการทางอารมณ์ ความเป็นเหตุเป็นผลอยู่ใน กระบวนการทางปัญญา ทำให้มนุษย์เข้าใจปรากฏการณ์แจ่มแจ้งขึ้น มีโอกาสทำให้ดี ขึ้น สังคมไทยยังขาดกระบวนการทางปัญญา แต่ใช้อารมณ์และอำนาจสูง ประเทศเรา จึงอ่อนแอ กรณีความขัดแย้งระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ สปสช. เท่าที่ปรากฏใน รายงานตามสื่อต่างๆ มักเป็นเรื่องของอารมณ์และอำนาจ มากกว่าการใช้ปัญญาให้รู้ว่า อะไรเป็นอะไร และควรเป็นอย่างไร โดยถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ๒. หลักการเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง (People - oriented) กับ การคิดเชิงอำนาจ หลักการเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้งควรเป็น หลักการใหญ่ที่สุดของงานสาธารณะทุกประเภท แต่ในความเป็นจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมนุษย์มีตัณหา มานะ และทิฐิเป็นพื้นฐาน จึงมักเอาองค์กรหรือสถาบันเป็นตัวตั้ง ที่เรียกว่า ลัทธิสถาบันนิยม (Institutionalism) หรือเอาความเป็นสถาบันวิชาชีพเป็นตัว ตั้งที่เรียกว่าลัทธิวิชาชีพนิยม (Professionalism) เช่น เมื่อก่อนแพทย์จะคิดว่าแพทย์ เท่านั้นที่รักษาโรคได้ ทันตแพทย์เท่านั้นที่ถอนฟันได้ หรือพยาบาลเท่านั้นที่ทำการ พยาบาลได้ ในขณะที่ถ้าคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทั้งมวล ต้องคิดถึงบทบาทของ คนอื่น หรือบุคลากรอื่นๆอีกอย่างหลากหลาย ๑ ๓. ส่วนใหญ่จะคิดเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ขาดความคิดเชิงระบบ สิ่งทั้งหลายดำรงอยู่เป็นระบบ แต่นักวิชาการมักคิดเชิงเทคนิคเท่านั้น ทำให้ประชาชนทั้งมวลขาดประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ เช่น เรารู้วิธีควบคุมโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เราก็ดูแลไปตามเทคนิคได้ไม่กี่คน โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่าทำอย่างไรเรื่องที่เรารู้ว่าดีจะเกิดกับคนทั้งประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องคิดเชิงระบบ ถ้าเราคิดและทำงานเชิงระบบเป็น เราจะสามารถทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ได้มากกว่านี้ "ระบบสาธารณสุข หรือ "ระบบสุขภาพ” ซึ่งกว้างกว่า ประกอบด้วยมิติทางประชากร มิติทางระบาดวิทยา โครงสร้างของระบบบริการ ชนิด ประเภท ความสามารถของบุคคลกรเหมาะสมในแต่ละระดับ เทคโนโลยีที่ให้ผลคุ้มค่า ระบบการเงินที่จะทำให้มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการซึ่งรวมถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ จะปฏิรูประบบสุขภาพอย่างไรประชาชนจึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด การจะปฏิรูปอะไรได้ เราต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เราไม่มีความรู้เชิงระบบ มีแต่ความรู้เชิงเทคนิค จึงมีความจำเป็นต้องสร้างความรู้เชิงระบบ การสร้างความรู้จริงเพื่อการใช้งานเป็นเรื่องยาก ทำไม่ได้ด้วยระบบอำนาจสั่งการ กระทรวงต่างๆเป็นระบบอำนาจจึงเกือบสร้างความรู้ไม่ได้เลย มหาวิทยาลัยก็ทำการถ่ายทอดความรู้เชิงเทคนิคจากตำรา ไม่มีความสนใจความรู้เชิงระบบเพื่อจะเอามาพัฒนานโยบาย ประเทศไทยจึงขาดแคลนความรู้เพื่อพัฒนานโยบายที่ดี เป็นอุปสรรคต่อความเจริญของประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อคิดจะสร้างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จึงต้องขอคิดกันอย่างหนักว่าจะมีสถานะอย่างไรจึงจะสร้างความรู้จริง ความรู้ปลอมอันตรายยิ่งนัก ในที่สุดผู้ร่วมก่อตั้งตกผลึกว่าต้องเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ เช่นเดียวกับการที่ต้องมี สกว. สวทช. ในทำนองเดียวกัน ในปี ๒๕๓๕ สวรส. จึงเป็นองค์กรตระกูล ส. องค์กรแรกที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายเพื่อทำหน้าที่สร้างความรู้เชิงระบบ เพื่อเอาความรู้ไปปฏิรูประบบสุขภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้งมวล ๒ ๔. ปฏิรูปจากการตั้งรับไปสู่การรุกสร้างสุขภาพดี (Good health) ระบบสุขภาพในอดีตเป็นระบบตั้งรับ คือรอให้สุขภาพเสียเสียก่อนแล้วก็ใช้แพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลทำการรักษา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายและสูญเปล่ามหาศาล ทั้งชีวิต สังคม เศรษฐกิจ คนที่เจ็บป่วยล้มตาย ๘๐ - ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยล้มตาย ถ้าระบบสุขภาพแทนที่จะตั้งรับ เป็นระบบรุกเพื่อสร้างสุขภาพดี แบบที่เรียกสร้างนำซ่อม การสร้างสุขภาพดี ช่วยประหยัดชีวิต สังคม เศรษฐกิจได้มาก เพราะฉะนั้นต้องปฏิรูประบบตั้งรับไปเป็นระบบรุกให้ประชาชนทั้งมวลมีสุขภาพดีให้มากที่สุด ในการนี้ต้องการเครื่องมือที่ทรงพลัง จึงเกิด สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ คำว่าสุขภาพมีความหมายกว้างกว่าสาธารณสุข ไม่ได้หมายถึงมดหมอหยูกยา โรงพยาบาลเท่านั้น แต่หมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา ปัจจัยที่กำหนดสุขภาพกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่นอกแวดวงกระทรวงสาธารณสุข เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ความเข้มแข็งของชุมชน นโยบายสาธารณะ ฯลฯ จนมีคำกล่าวว่า "Health is the whole" หรือ "สุขภาพบูรณาการอยู่ในการพัฒนามนุษย์และสังคมทั้งมวล" งานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. จึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆมากมาย ออกไปนอกการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุขมาก จนกล่าวได้ว่าเป็นเครื่องมือเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ในสังคมที่ซับซ้อนและยากการใช้อำนาจไม่ได้ผล แต่ต้องเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง นโยบายสาธารณะที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสุขภาพ แต่เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง นโยบายสาธารณะเป็นคนละคำกับนโยบายสาธารณสุข นโยบายสาธารณะก็เช่นที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจ พลังงาน สิ่งแวดล้อม การศึกษา การเกษตร การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เรื่องต่างๆเหล่านี้มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก แต่แก้ไขได้ยาก เพราะมีการตักตวงผลประโยชน์จากความไม่ถูกต้องและความไม่รู้ของสังคม แม้จะยาก ๓ เพียงใด การสร้างสุขภาพดีให้คนทั้งมวลก็ต้องทำ จึงเกิดสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ระบบราชการทำเรื่องที่ยากและสลับซับซ้อนเกือบไม่ได้เลย และถูกวิ่งเต้นเส้นสายจากทางการค้าที่มีทุนมหาศาล ทั้งที่ผ่านมาทางตรงและทางนักการเมือง คนที่เคยทำงานเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนจะรู้ว่าการทำความดีนั้นยากเพียงใด จะถูกประทุษร้ายด้วยความไม่จริงเสมอๆ ๕. ปฏิรูปให้คนเล็กคนน้อยคนยากคนจนมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน - สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงโครงสร้างระบบบริการสาธารณสุขของไทยค่อนข้างดี และมีบุคลากรที่อุทิศตัวทุ่มเททำงาน แต่ถ้าไปดูการเข้าถึงและคุณภาพของบริการที่คนยากคนจนได้รับยังห่างไกลจากที่ควรเป็น ที่โรงพยาบาลจะแน่นขนัด ดุจต้องไปขอทานบริการที่รวกๆรีบๆ หมอและพยาบาลก็เหน็ดเหนื่อยอารมณ์เสียขาดสุขสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยและญาติเกิดเป็นความขัดแย้งบาดหมางเรื้อรังโดยเฉพาะกับแพทย์สภาซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของแพทย์ โรงพยาบาลของรัฐถึงจะคิดราคาถูก แต่สำหรับคนยากคนจนแล้วเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ถึงกับต้องขายไร่ขายนาหมดเนื้อหมดตัว หรือหมดอาลัยในชีวิตไม่ยอมไปรักษา เรื่องเช่นนี้ถ้ามองแบบใครผิดใครถูกจะทะเลาะกันมากขึ้นและแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องมองเชิงระบบ ระบบราชการนั้นเป็นระบบที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ไม่ใช่ระบบที่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง (People - oriented) ประชาชนจะได้หรือไม่ได้อะไร สุดแต่ทางราชการจะจัดให้หรือไม่ให้ ระบบราชการเป็นระบบเจ้าขุนมูลนายที่มองขึ้นข้างบนมากกว่าลงข้างล่าง คนยากคนจนไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยดีถูกดูถูกถูกรังเกียจ ระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจ ไม่ว่ากระทรวงใดๆ มีประสิทธิภาพต่ำที่จะสนองประโยชน์ประชาชน เพราะเป็นระบบอำนาจไม่ใช่ระบบแนวทางประชาชน พื้นฐานของความคิดเรื่องหลักประกันสุขภาพนั้นคือ การปฏิรูปให้ประชาชนมีศักดิ์ศรี ต้องดูตรงนี้ให้ดีๆเพราะเป็นเรื่องใหญ่ ที่เปลี่ยนฐานความเชื่อและมายาคติจากความเชื่อที่ว่าคนยากคนจนไม่มีศักดิ์ศรีไม่มีเงิน มาเป็นว่าคนยากคนจนมีศักดิ์ศรี ๔ แห่งความเป็นคน มีสิทธิมนุษยชน และเป็นเจ้าของเงิน (งบประมาณแผ่นดิน) สปสช. เกิดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือประชาชนในการต่อรองกับผู้ให้บริการให้ให้บริการแก่ประชาชน ให้ทั่วถึงขึ้นและคุณภาพดีขึ้น เดิมทั้งผู้ให้บริการและผู้ดูแลการจ่ายงบประมาณรวมอยู่ ในที่เดียวกันคือกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งใช้อำนาจรวมศูนย์จึงขาดประสิทธิภาพ ดังกล่าวแล้ว ในระบบอำนาจรวมศูนย์ประชาชนมีเกียรติน้อยมีอำนาจต่อรองน้อย กระทรวงสาธารณสุขซึ่งแต่เดิมมีอำนาจในการดูแลงบประมาณก้อนโตของ ระบบบริการเมื่อเกิด สปสช. ขึ้นโดยพระราชบัญญัติ และเข้ามาเป็นผู้ดูแลงบประมาณ ในส่วนนี้แทน ย่อมเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเป็นธรรมดา จึงมีความขัดแย้งเรื้อรังระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง ของกระทรวงสาธารณสุขกับ สปสช. เป็นความขัดแย้งเชิงระบบ ไม่ใช่ เชิงบุคคลระหว่างใครกับใคร ระหว่างคนดีกับคนดี หรือว่าใครมีศักดิ์ศรีกว่าใคร ที่แสดง วาทกรรมกันอยู่ ฉะนั้น การแก้ไขปัญหาคือต้องสร้างองค์กรทางสาธารณสุขให้ สัมพันธ์กันอย่างลงตัว ๖. กุญแจคือการยกกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นองค์กรทางนโยบาย ความจริง กระทรวงสาธารณสุขกับองค์กรตระกูล ส. อยู่คนละระดับ ไม่ควรจะมาเป็นคู่แข่งหรือคู่ ขัดแย้งกัน คือองค์กรตระกูล ส. เช่น สวรส. สปสช. สสส. เป็นองค์กรปฏิบัติ (Operating agencies) ซึ่งมีหน้าที่ที่กฎหมายขององค์กรบัญญัติไว้ ส่วนกระทรวง สาธารณสุขมีฐานะสูงกว่าคือเป็นองค์กรนโยบาย ที่กำหนดนโยบายให้องค์กรปฏิบัติรับ ไปปฏิบัติ เช่น จะให้ สวรส.วิจัยเรื่องอะไร สปสช. จะสนับสนุนระบบบริการสุขภาพ อย่างไร ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด สสส. จะต้องทำอะไรบ้างจึงจะสร้างสุขภาพดี ได้เต็มประเทศ องค์กร ส.นั้นความจริงเป็นเครื่องมือของกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นองค์กรที่ เป็นอีกแบบหนึ่ง ต่างจากระบบราชการที่เป็นระบบรวมศูนย์อำนาจ การที่กระทรวง สาธารณสุขจะมีเครื่องมือหลายแบบย่อมดีกว่ามีแต่ระบบราชการซึ่งรวมศูนย์อำนาจอยู่ อย่างเดียว ๕ แต่การที่กระทรวงสาธารณสุขจะทำหน้าที่องค์กรนโยบายได้จะต้องมีปัญญาสูงสุด หรือสมองก้อนโต ที่รู้ทั้งหมด สามารถสังเคราะห์นโยบาย และบริหารนโยบายได้ ในการนี้จะทำไม่ได้ถ้ายังเป็นองค์กรรวมศูนย์ที่จะควบคุมโรงพยาบาลและสถานบริการทั่วประเทศ เพราะจะหมดเวลาไปกับการใช้อำนาจ และเข้าไปสู่ความขัดแย้งกับผู้ปฏิบัติซึ่งต้องการความคล่องตัวและประสิทธิภาพ ในการจัดองค์กรให้ลงตัวควรออกกฎหมายให้โรงพยาบาลของรัฐเป็นองค์กรมหาชนตามความพร้อม เรื่องนี้เคยทดลองทำมาแล้ว ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งปรากฏว่า cost - effective หรือมีประสิทธิภาพมากกว่าอยู่ในระบบรัฐรวมศูนย์อำนาจมาก รูปข้างล่าง แสดงสัมพันธภาพใหม่เมื่อกระทรวงสาธารณสุขยกระดับเป็นองค์กรนโยบาย และโรงพยาบาลต่างๆในกระทรวงสาธารณสุขกลายเป็นองค์กรมหาชน ![Diagram of a brain with various sectors labeled](image) * ภาครัฐกิจ * กระทรวงอื่น ๆ * สื่อ * มหาวิทยาลัย * ประชาสังคม * องค์กรนโยบาย * สวรส. * สปสช. * โรงพยาบาล * องค์กรมหาชน * ท้องถิ่น * ชุมชน นโยบายนั้นต้องเชื่อมโยงไปทั้งในและนอกกระทรวง เพื่อให้การพัฒนาทั้งหมดเป็นประโยชน์สุขต่อคนไทยทั้งมวล เพราะสุขภาพคือทั้งหมด (Health is the whole) ไม่ใช่เรื่องของมดหมอหยูกยาโรงพยาบาลเท่านั้น PageNumber: ๖ ถ้าได้ประกอบองค์ประกอบทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง ระบบก็จะดำเนินไปได้อย่าง ราบรื่น อวยประโยชน์สูงสุดแก่คนไทยทั้งมวล ประดุจถ้าเราประกอบเครื่องรถยนต์ได้ ครบถ้วนถูกต้อง รถก็จะวิ่งไปได้อย่างราบรื่นพาผู้ขับขี่ไปสู่เป้าหมายได้อย่างสบายๆ ๗. สารถึงเพื่อนคนไทย เราจะต้องร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด เราทำไม่ได้ในภพภูมิเก่า ซึ่งเป็นภพภูมิแห่งการคิดเชิงอำนาจและโครงสร้างอำนาจทาง ดิ่ง ซึ่งเป็นภพภูมิที่ทำให้มีความบีบคั้น พฤติกรรมเบี่ยงเบน ไม่ใช้ความจริง ทำร้ายกันสูง เราต้องการศีลธรรมใหม่ และการปฏิวัติสัมพันธภาพ (Association Revolution) ศีลธรรมใหม่คือการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน โดยเฉพาะของคนเล็กคนน้อยคนยากคนจน การปฏิวัติสัมพันธภาพคือการเปลี่ยนจากสัมพันธภาพเชิงอำนาจทางดิ่งมาเป็น สัมพันธภาพทางราบที่ผู้คนสัมพันธ์กันด้วยกัลยาณมิตรธรรม การปฏิรูประบบสุขภาพในประเทศไทยเป็นเรื่องใหญ่มากอยู่บนพื้นฐานของ ศีลธรรมใหม่และการปฏิวัติสัมพันธภาพ เพื่อนคนไทยจะเชื่อหรือไม่เชื่อตามที่กล่าวมาก็ได้ แต่ขอให้ใช้ความจริงและ ความเป็นเหตุเป็นผล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ..................................................... ๗ PCET องค์กรสาธารณสุขที่ลงตัว โดยเอาประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นตัวตั้ง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
21% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
19% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
13% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สาธารณสุข

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้