auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารนี้มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการที่ประเทศจะสามารถสร้างสุขภาพสำหรับคนทั้งมวล (Health For All) จำเป็นต้องมีระบบสุขภาพที่ดี คำว่าระบบสุขภาพมีความหมายกว้างและครอบคลุมหลายมิติ และหลายองค์ประกอบ บุคลากรสุขภาพส่วนใหญ่ ทั้งในระบบบริการและมหาวิทยาลัยมีความรู้เชิงเทคนิค แต่ขาดความเข้าใจเชิงระบบ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาระบบสุขภาพได้เท่าที่ควร และบ่อยๆครั้งกลับเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบ มีข้อเสนอของคณะกรรมการการศึกษาของบุคลากรสุขภาพระดับโลกได้ทำรายงานและข้อเสนอแนะที่เรียกว่า 21st Century Health Professions Education ซึ่งเสนอว่าการศึกษาของบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 นี้ ควรปรับเอาระบบเป็นตัวตั้ง (System-oriented) เพื่อเป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมบุคลากรสุขภาพ ทั้งในระบบบริการและในมหาวิทยาลัย ให้เข้าใจมิติเชิงระบบของระบบสุขภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งมวล จึงควรจัดตั้งวิทยาลัยพัฒนาระบบสุขภาพ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
การจัดตั้ง วิทยาลัยพัฒนาระบบสุขภาพ (College for Health Systems Development) ประเวศ วะสี (๑๘ เมษายน ๒๕๕๘) ๑. หลักการและเหตุผล การที่ประเทศจะสามารถสร้างสุขภาพสำหรับคนทั้งมวล (Health For All) จำเป็นต้องมีระบบสุขภาพที่ดี คำว่าระบบสุขภาพมีความหมายกว้างและครอบคลุมหลายมิติ และ หลายองค์ประกอบ บุคลากรสุขภาพส่วนใหญ่ ทั้งในระบบบริการและมหาวิทยาลัย มีความรู้เชิง เทคนิค แต่ขาดความเข้าใจเชิงระบบ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาระบบสุขภาพได้เท่าที่ควร และ บ่อย ๆครั้งกลับเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบ มีข้อเสนอของคณะกรรมการการศึกษาของ บุคลากรสุขภาพระดับโลกได้ทำรายงานและข้อเสนอแนะที่เรียกว่า 21st Century Health Professions Education ซึ่งเสนอว่าการศึกษาของบุคลากรสุขภาพในศตวรรษที่ 21 นี้ ควรปรับเอา ระบบเป็นตัวตั้ง (System-oriented) เพื่อเป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมบุคลากรสุขภาพ ทั้งในระบบบริการและมหาวิทยาลัย ให้เข้าใจมิติเชิงระบบของระบบสุขภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพให้เป็นประโยชน์ต่อ ประชาชนทั้งมวล จึงควรจัดตั้งวิทยาลัยพัฒนาระบบสุขภาพ ๒. ลักษณะและภารกิจของวิทยาลัย (๑.) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย สวรส. สปสช. สสส. และ องค์กรวิชาชีพ เช่น แพทยสภา สภาการพยาบาล และอื่นๆ โดยมีพระราชบัญญัติจัดตั้งให้ เป็นสถาบันที่มีความคล่องตัวสูง (๒.) วิทยาลัยนี้มีลักษณะเป็น "สามเหลี่ยมทางวิชาการ" คือเชื่อมโยง ๓ องค์ประกอบ ก. เครือข่ายโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นฐานของการปฏิบัติจริง ข. มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ๑ ค. มหาวิทยาลัยและองค์กรสุขภาพนานาชาติ ในการดำเนินงานของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล (Prince Mahidol Award Conference) (ให้สุวิทย์ทำ) ประเทศไทยมีความเชื่อมโยงกับนักวิชาการระดับยอดของโลกจำนวนมาก รวมทั้งองค์กรสุขภาพนานาชาติหลายองค์กร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่า ซึ่งควรนำมาเชื่อมโยงกับการพัฒนากำลังคนเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพของไทย ลักษณะ "สามเหลี่ยวิชาการ" นี้มีความสำคัญมาก การมีฐานอยู่ในการปฏิบัติจริงในพื้นที่ มหาวิทยาลัยและองค์กรสุขภาพนานาชาติ มหาวิทยาลัยในประเทศไทย เครือข่ายโรงพยาบาลชุมชน "สามเหลี่ยวิชาการ" คือ เครือข่ายโรงพยาบาลชุมชนมีความสำคัญยิ่ง เพราะทำให้สถาบันพัฒนานี้ไม่ "ลอยตัว" เหมือนสถาบันพัฒนาอื่นๆ ทั้ง ๓ เส้าไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบ one - way แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีการเรียนรู้ และส่งประโยชน์ให้กันและกัน หรืออาจจะเรียกว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive Learning through action) ซึ่งเป็นการเรียนรู้และเครื่องมือการพัฒนาที่ดีที่สุด (๓.) มีสถานที่ตั้งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม เป็นสัปปายะแก่การใช้สติปัญญา ทำนองเดียวกับศูนย์ประชุมของมูลนิธิรอดกี้เฟลเลอร์ที่ Bellagio ประเทศอิตาลี (๔.) มีหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ ทั้งแบบมีและไม่มีปริญญา รวมทั้งเป็นที่จัดประชุมระดมความคิดในเรื่องสำคัญ ๆ ให้ถึงขั้นนำไปปฏิบัติได้ อาจเป็นที่ ๆนักวิชาการมาใช้ครุ่นคิดสร้างสรรค์ในเรื่องลึกซึ้ง หลักสูตรต่าง ๆ ไม่ใช่มาฟังบรรยายเฉย ๆ แต่ควรต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับระบบสุขภาพ อาจารย์ชาวต่างประเทศที่สนใจวิจัยระบบสุขภาพไทยที่เก่ง ๆ อาจมาพำนักที่วิทยาลัยชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อสอน และทำวิจัยร่วมกับลูกศิษย์คนไทย ๒ รวมทั้งเชื่อมโยงกันต่อไปทำวิจัยเรื่องของประเทศไทยในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่อาจารย์ นั้นๆสังกัดอยู่ เพื่อสร้างนิสัยความละเอียดอดทนในการวิจัยระบบให้แก่นักวิจัยไทยให้งอกงาม เป็นวัฒนธรรม ๓. ผู้เรียน เพื่อบูรณาการระหว่างระบบบริการและระบบพัฒนากำลังคน ผู้เรียนในวิทยาลัยพัฒนา ระบบสุขภาพ ควรประกอบด้วย (๑.) แพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชนเป็นหลัก อาจมีจากโรงพยาบาลศูนย์และ โรงพยาบาลทั่วไปที่สนใจด้วย (๒.) อาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ และสถาบันผลิตบุคลากรอื่นๆ ถ้าผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆมีความ เข้าใจเชิงระบบ และสามารถตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรความเชี่ยวชาญของเราจะเป็น ประโยชน์ต่อคนทั้งมวล" ก็จะถามต่อไปว่ามีคนเป็นโรคที่เราชำนาญกี่คน อยู่ที่ไหน ระบบ บริการระดับต่างๆเป็นอย่างไร เราจะช่วยผลิตบุคลากรที่มีความรู้อะไร และต้องพัฒนา เทคโนโลยีอะไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทั้งมวล ถ้าผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาสามารถคิด เชิงระบบได้แบบนี้ ประโยชน์มหาศาลจะเกิดกับประชาชนทั้งประเทศ โรงเรียนแพทย์มีทั้งนักวิชาการที่เก่ง จุมีทรัพยากรมาก และมีบารมี ควรจะเป็นผู้นำทาง นโยบาย นโยบายเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ฉะนั้นโรงเรียนแพทย์ควรจะเป็นหุ้นส่วนของ วิทยาลัย พัฒนาระบบสุขภาพ (๓.) ผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขจะต้องเป็นองค์กรทางนโยบายให้ได้ การจะเป็นได้ผู้บริหารต้องเข้าใจระบบ ผู้บริหารส่วนใหญ่ก็เติบโตมาจากผู้ทำงานทางเทคนิค ฉะนั้นเมื่อเริ่มเป็นผู้บริหารแล้วควรจะมีโอกาสพัฒนาความรู้ความชำนาญทางระบบ (๔.) กรรมการในองค์กรวิชาชีพ องค์กรวิชาชีพ เช่น แพทยสภา และสภาการพยาบาลจะทำงาน โดยใช้วิชาการเป็นตัวตั้ง แต่สิ่งที่ทำนั้นมีผลกระทบต่อระบบ ถ้าไม่เข้าใจระบบจะไม่มีส่วน พัฒนาระบบเท่าที่ควรหรือเป็นอุปสรรค (๕.) บุคคลในองค์กรอื่นๆที่มิได้กล่าวถึง ดังที่กล่าวข้างต้น ที่เรียกว่า "เรียน" นี้ต้องถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ทุกคน เป็นทั้งครูและนักเรียนพร้อมกัน เช่น แพทย์ที่โรงพยาบาลชุมชนบางคนก็มีความรู้ความ เชี่ยวชาญบางเรื่อง ก็มาทำหน้าที่เป็นครูในวิยาลัยนี้ หรือผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขบาง คนก็มีวิสัยทัศน์ และมีความเชี่ยวชาญในบางเรื่องเหมาะที่จะมาเป็นครูในวิทยาลัย ๓ โดยสรุป วิทยาลัยพัฒนาระบบสุขภาพจะเป็นสัปปายสถานเพื่อการสร้างปัญญาเชิง ระบบร่วมกัน และความร่วมมือที่จะพัฒนาระบบสุขภาพ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาว สยาม ๔. ระบบการบริหารจัดการ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแนวคิดและหลักการ ควรจะมีคณะบุคคลมาคิด รายละเอียดต่อ และระบบบริหารจัดการ และยกร่างพระราชบัญญัติการตั้งวิทยาลัยพัฒนาระบบ สุขภาพ ซึ่งอาจรวมสำนักงานประสานเครือข่ายโรงพยาบาลชุมชนไว้ในพระราชบัญญัตินี้ด้วย และทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ร่าง พรบ. นี้เป็นกฎหมายภายในวาระของ รัฐบาลปัจจุบัน --- ๔ PCET การจัดตั้งวิทยาลัยพัฒนา ระบบสุขภาพ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
18 April 2015
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สุขภาพ
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
18 April 2015
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้